Hobbit

บทที่ 2

 

สวัสดีค่ะทุกท่าน อันนี้ต้องบอกไว้อีกรอบเลยค่ะว่าไม่ใช่ฟิกของเราค่ะ เป็นฟิกของคุณขวัญ เพื่อนของเราเอง เธอฝากเอามาลงเพราะไม่มีเอ็กซ์ทีนและเด็กดีหรือบล็อกอื่นค่ะ 

 

-- ---   -----   ------     ---------

http://concuben.exteen.com/not-mine << นี่คือลิงค์ค่ะ เผื่อใครหลงมาเจอแล้วหาตอนแรกไม่พบ

ส่วนใครเป็นแฟนฟิกเรา แล้วเห็นบล็อกอัพแล้วหาไม่เจอ ตอนสรุปความสัมพันธ์จอห์นล็อก จากเรื่องเบสท์เฟรนด์ อยู่นี่ค่ะ http://concuben.exteen.com/20130304/fic-sherlock-bbc-best-friend-ep-6-2-2-we-ll-always-be-best-f

 

***************************

 

พอน้องโบว์รู้สึกตัวอีกที ก็มียาดมส้มโอมือขวดสีเงินมาอัดจมูกไว้ ลุงแกนดาบพอเห็นน้องโบว์ฟื้นก็พยุงขึ้นให้เอนกับเก้าอี้ แล้วให้โอเลี้ยงไปชงอะไรร้อนๆมาให้น้องโบว์ ส่วนบาร์รินกับธีรินทร์ยืนฟังอยู่นอกประตูห้องนอน

 

“น้องโบว์ฟังลุงก่อนนะ ที่โชเฟอร์พูดนั้นเขาแค่หยอกเล่น”

 

“ไม่ ไม่ว่าจะพูดอะไร คำตอบฉันคือไม่ทั้งนั้น”

 

“ไม่อยากไปผจญภัยเลยเหรอ”

 

“ไม่!”

 

“ถ้ามีสมบัติกองโตละ อยากไหม”

 

“ไม่!”

 

“ถ้าให้แต่งงานกับธีรินทร์ก็ไม่ปฏิเสธใช่ไหม”

 

“ไม่!... ว เฮ้ย  ลุงพูดอะไร ลุงก็รู้ว่าฉันไม่ต้องการใครมายุ่งในชีวิต” น้องโบว์หน้าแดงแป๊ด งอนแก้มป่อง

 

ลุงแกนดาบขำ ตามนิสัยคนแก่ชอบแหย่เด็กขี้งอนเล่น แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงซีเรียสขึ้นมา

 

“น้องโบว์ เอ็งไม่อยากไปหาคนที่เป็น the one อีกครึ่งนึงของเราเลยเหรอ”

 

“ฉันอยู่กับความจริงลุง ให้ฉันไปดั้นด้น ไปเจออะไรต่อมิอะไรฉันทำไม่ได้หรอก เดี๋ยวพ่อฉันได้ลุกออกจากหลุมมาดึงฉันไว้แน่”

 

“อ้าว? ลุงนึกว่าพ่อเองทำพิธีเผา จะมีหลุมให้ฝังที่ไหน”

 

“บ้า!! ลุงก็ นั้นมันแค่เปรียบเปรย”

 

ลุงแกนดาบขำ น้องโบว์ฉุน หยิบชาดอยแม่สลอง ที่โอเลี้ยงชงมาซดแก้มึน

 

“น้องโบว์ตัวน้อยที่ร้องแจ๋วๆ ว่าอยากไปต่างแดนไปช่วยเจ้าหญิงเจ้าชายปราบศัตรูแล้วเขียนตำนานที่ตัวเองสร้างดังทั่วโลกไปไหนแล้วละ? รู้ไหม ว่าปู่ทวดของทวดของทวดของทวดเอ็งนะเป็นหนึ่งในคณะทูตไปเฝ้าพระเจ้าหลุย์ที่ 14 เลยนะที่เอ็งเป็นไฮโซได้ทุกวันนี้ก็เพราะบรรพบุรุษเอ็งกล้าเดินทางไปต่างแดนทั้งๆที่ไม่รู้จะเจออะไรเลยนะ”

 

“ไอ้ตำนานบรรพบุรุษ ฉันว่ามันไม่จริงเลยอะลุง น่าจะแค่บังคับให้ทุกคนในตระกูลเรียนฝรั่งเศสตั้งแต่สมัยทวดนู้น จะได้ดูไฮโซก็ท่านั้นเอง แบบว่าเป็นอย่างแม่มณีจันทร์ในทวิภพไปช่วยคุณหลวงปกป้องชาติ”

 

“แล้วเอ็งไม่อยากดังแบบ ทมยันตี เหรอ? แต่ละเรื่องนี้แบบหลายสถานที่หลายยุคสมมัยเลยนะ น้องโบว์ต้องออกไปเก็บข้อมูลบ้างอะไรกับเขาบ้างซิ ภาษาสวยอย่างเดียวมันไม่พอนะ ต้องมีประสบการณ์เจอผู้คนหลายหลาย จะได้เขียนมีรสชาติเพิ่มขึ้น” ลุงแกนดาบเป็นกังวล

 

“แต่ถ้าจะดังแล้วแต่งแล้วหย่าหลายรอบ ฟ้องร้องเรื่องสมบัติแบบ คดีทมยันตี ฉันก็ไม่เอาหรอกลุง ฉันนะปลงแล้ว แค่ยังไม่บวชเท่านั้นเอง”

 

“ตามใจเอ็ง แค่ให้รู้ว่าอกหักดีกว่ารักไม่เป็น ก็แล้วกัน!!”

 

ลุงแกนดาบหงุดหงิดผลักประตูออกไป ฟาดเข้าหน้าบาร์รินที่แอบฟังนอกประตู

ลุงแกนดาบหันมามองธีรินทร์แล้วถอยหายใจ กวักมือเรียกธีรินทร์ให้ตามมา ก่อนเดินออกไปสูบยาเส้น

 

“นี้เราอาจต้องหานักเจรจาคนใหม่แล้ว แต่เราไม่มีปัญญาไปจ้างทนายเก่งๆ ด้วย แค่ค่าน้ำมันรถไปเจอสมรก็แถบไม่พอเลย แถมพวงเอ็งใครๆ ก็มองเป็นแค่ช่างกล จะชนะคดียังยากเลย เห็นทีเราต้องไปขอความช่วยเหลือตระกูลน้ำมันเครื่อง Elf  ญาติๆ ของธรันดี้ พวกนั้นการศึกษาก็สูง ภาษาก็ดี มีหน้าตาในสังคม เป็นทนาย นายทหารและอาจารย์กันหลายคน แถมก็เอ็นดูเอ็งอยู่นะ ” ลุงแกนดาบเสนอ

 

“ไม่เด็จขาด!!!” ธีรินทร์ตอบเสียงแข็ง เดินออกจากลุงแกนดาบ ไปที่กลุ่มลูกน้องกำลังปิ้งข้าวเกรียบว่าวกินกันอยู่

เพียงแค่ได้ยินชื่ออดีตคู่หมั่น ในอกธีรินทร์ก็ปวดร้าว ยิ่งมองที่เตาถ่านยิ่งนึกถึงถ่านไฟเก่าในวันแห่งชะตากรรมที่ธรันดี้ทิ้งธีรินทร์ไป ธีรินทร์ก็อดไม่ได้ต้องเริ่มร้องเพลงคนอกหัก ระบายความอัดอันออกมา

 

‘วันงานเทศกาลผ่านมา แค่ปีกว่า ๆ ไม่น่าลืมกัน

ในงานวันออกพรรษา สัญญาว่าจะรักมั่น

จุดธูปเวียนเทียนร่วมกัน อธิฐานจะรักมั่นภิรมณ์

 

..พี่มีของขวัญให้มา เป็นผ้าเช็ดหน้า กับโบว์ผูกผม พี่ผูกโบว์ให้น้อง ตามองว่าสวยคำชม น้องอายหน้าแดงนั่งก้ม หลบสายตาคม เมื่อพี่จ้องมอง

 

.. จากงานวันออกพรรษา ผ่านมาสีหน้าไม่ผ่อง

สัญญาไม่เป็นสัญญา พบดอกฟ้าเลยลืมดอกฟักทอง ไม่หันมาเหลียวเกี่ยวข้อง โบว์ผูกใจน้องเป็นโบว์รักสีดำ....... ’

 

พวกลูกน้องเห็นหัวหน้าเริ่มอาการไม่ดี กลัวว่าอารมณ์จะแปรปรวนแบบคนท้อง เลยเริ่มร้องเสริมให้หัวหน้าผ่อนคลาย

 

น้องโบว์ได้ยินเสียงเพลง จึงมองลงมาจากหน้าต่างห้องเห็นกลุ่มคนแคระร้องเพลงโบว์รักสีดำ เพลงโปรดของน้องโบว์ นึกในใจนี้ก็เป็นเพลงขวัญประจำใจธีรินทร์ด้วยหรือ

 

..ลืมคำหมั่นล่ะสัญญาบอกว่า ลืมคำหมั่นล่ะสัญญาบอกว่า ออกพรรษานั่นแล้ว สิขอละน้องแต่งงาน คืนสู่บ้านสิขอแต่งเป็นเอา บทสำเนาสำนวนม่วนหูฟังแล้ว เสียงยังแว่วล่ะติดหูน้องอยู่ เสียงยังแว่วล่ะติดหูน้องอยู่

คันพี่บอกให้ฮู้เป็นวันน้องชื่นใจ ผูกรักไว้ด้วยโบว์รักสีดำ

เลยบ่จดจำเอาล่ะใส่ใจชายนั้น

..ถึงวันนัดหมายชายมา เลยไม่เห็นหน้า เหมือนว่าความฝัน

จะมองหนุ่มไหน ก็ไม่เหมือนหนุ่มคนนั้น

มีหนุ่มเข้ามาติดพัน แต่ว่าฉันไม่พลันสายตา

 

..ว่าน้องหยิ่ง ที่จริงไม่ใช่ดอกหนา ด้วยใจฉันรักมั่นไม่เสื่อมศรัทธา ยังจำล่ะคำมั่นสัญญา ตราบชีวานี้ยังจดจำ

 

มองดูโบว์ผูกผม เป็นปมโบว์สีชมพู แต่โบว์ผูกใจหนู ทำไมล่ะเป็นโบว์สีดำ ผูกไม่มีทางแก้ รักแท้แต่เขาไม่จำ

เพียงครึ่งข้อครึ่งคำ ของสัญญายังหาไม่เจอ

 

..คนคอยเก้อละเมอหาหว้าเหว่ คนคอยเก้อละเมอหาหว้าเหว่ อุกใจเด้ บัดยามคิดฮอดหน้า ซิไปล่ะท่าอยู่ไส นอนบ่ได้ไข้รักมันกิน น้ำตารินตกหมอน

บ่อนนอนเป็นเปื้อน จากเดือนเลื่อนไปเป็นปี สิ้นปีก็ไม่มีความหวัง อักษรรักปักผ้าเช็ดหน้าก็ยัง รูปหัวใจปักกลาง หัวใจคู่ดูช้ำทุกคืน ของฝากจากเขา ให้เราว่ารักหมดใจ แต่ทำไม ใจเขาไปรักคนอื่น โบว์ผูกผม ผ้าเช็ดหน้าน้องขอส่งคืน เอาไปให้หญิงคนอื่น สำหรับน้องไม่ต้องมาสน

 

..รักปนนี่ความเจ็บความช้ำ รักปนนี่ความเจ็บความช้ำ

โบว์รักสีดำทำน้องหมองหม่น ส่งคืนคนบอกลบให้เกลี้ยง

เสียงเว้าบ่จื่อจำ น้องมันซำคนโซโตจ่อย รักเขาหลงคอยหัวใจกลุ้ม...’

 

 

จบเพลงธีรินทร์ได้แต่แหงนมองฟ้า เพื่อจะกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมา

 

น้องโบว์นอนบนเตียงพลางคิดคำที่ลุงแกนดาบพูด ‘อกหักดีกว่ารักไม่เป็น’ นี้ลุงแกนแดบเคยรักใครแล้วอกหักเหรอ คนๆนั้นใครกัน?

 

น้องโบว์เองก็ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องรัก หนีมันมาตลอด แต่พอฟังธีรินทร์ร้องเพลงแล้วมันจีดเข้าทรวง รับรู้ได้ถึงความรักความโหยหา แถมถึงธีรินทร์อกหักแต่ก็ไม่ตาย การมีความรักมันคงไม่น่ากลัวอย่างที่คิดใช่ไหม? น้องโบว์เริ่มสับสน ว่าถ้าออกจากบ้านไปจะได้เรียนรู้เรื่องรักแท้หรือไม่ แล้วอีกอยากถ้ารักแท้ฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างได้จริงๆ น้องโบว์ก็อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนอกหักมีรักใหม่ได้ 

 

แต่กรณีธีรินทร์และพรรคพวกแล้ว ต้องถวงศักดิ์ศรีคืนมาด้วยก่อนที่จะกล้ามีรักใหม่ น้องโบว์คิดแล้วคิดอีกจนหลับไป

 

-------

 

น้องโบว์รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว พอออกมาจากห้องเดินไปทั่วบ้านก็ไม่เห็นใครแล้ว พลางนึกว่าทุกอย่างเป็นแค่ฝันไปก่อนเหลือบไปเห็นแผ่นหนังสือสัญญาเข่าร่วมคณะเดินทางที้งไว้บนโต๊ะ น้องโบว์ถึงได้รู้ว่าไม่ได้ฝันไปและรีบตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเอง

 

--------

 

กลุ่มมอเตอร์ไซด์ Fino ขับไปอย่างช้าตามทางหลวงเพื่อไม่ให้กินน้ำมันเกิน ส่งเสียงเจี๊ยวจ้าวใส่กันมัน โดยมีลุงแกนดาบขี่มอเตอร์ไซด์ซาเล้งร่วมขบวนด้วย เพื่อประหยัดน้ำมันจึงให้ซ้อนท้ายคู่กัน แล้วเอามอเตอร์ไซด์ที่เหลือจากขามา ขึ้นรถซาเล้ง จะเอาไปขายที่อู๋ประจำ เพื่อแลกค่าน้ำมันค่าเดินทาง

 

ทันไดนั้นมีรถแดง (2แถวเชียงใหม่) ซิ่งนรกมาปาดหน้าขบวน Fino ทำไขบวนเบรกกะทันหัน

 

น้องโบว์เก้าลงจากท้ายรถแดงพร้อมเดินมาจ่ายเงินที่คนขับและตบทิปค่าซิ่งให้

 

ลุงแกนดาบยิ้ม คนแคระโชเฟอร์ขำชอบใจ ส่วนคนแคระคนอื่นๆ บ้างคนปะมือและ hi-five กัน ในขณะที่บ้างคนรีบคว้ากระเป๋าตั้งนับเงิน ส่งค่าพนันเรื่องน้องโบว์จะมาไม่มาให้พวกที่ชนะพนัน ซึ่งดูเหมือนลุงแกนดาบ จะรับทรัพย์เยอะสุด ระหว่างที่ธีรินทร์เองเก็กซิม แต่ในใจทึ่งสุดๆ

 

 

“ฉันเซ็นสัญญาแล้วจ่ะ” น้องโบว์เดินมายืนหนังสือสัญญาให้บาร์ริน บาร์รินยิ้มแล้วยินดีต้อนรับน้องโบว์เข้าคณะ

 

ธีรินทร์บอกให้น้องโบว์ไปนั่งเบียดกับมอเตอร์ไซด์ 6 คันในซาเล้งของลุงแกนดาบ แทนที่จะให้ซ้อนท้ายธีรินทร์ (คนแคระมี 13 คน หัวหน้าต้องนั่งสบายสุด) น้องโบว์แอบฉุน ส่วนธีรินทร์เองอยากเอาคืนเมื่อวานที่ปะทะคารมกัน พร้อมอยากทดสอบความอึดของน้องโบว์ เห็นเป็นลูกคุณหนูคงเป็นภาระมากกว่าตัวช่วย

 

ซึ่งถ้ามองเผินๆ ก็ เป็นเช่นนั้น เพราะเดินทางได้ชั่วโมงเดียวน้องโบว์หาผ้าเช็ดหน้าไม่เจอ เลยโวยวายจะกลับไปเอา

 

“สุภาพชนต้องมีผ้าเช็ดหน้า แถมเป็นการประหยัดไม่เปลืองทิชชู่ด้วย” น้องกล่าวยืนความเชื่อ

 

“ใช้นี้แทนละกัน เอ้ารับ” โชเฟอร์ฉีกผ้าจากกระเป๋าอกเสื้อ ส่งให้น้องโบว์ แล้วร้องเพลงผ้าเช็ดหน้าของวง ไทรอัมพ์ส คิงดอม อย่างเมามัน

 

“ช่วยเก็บผ้าเช็ดหน้าของฉันหน่อยได้ไหม เพราะฉันทำมันตก ตกลงพร้อมหัวใจ!”

 

จน อวย ทนไม่ไหวต้องเบิ๊ดกะโหลกให้

 

น้องโบว์ได้แต่หน้าแดงแปร๊ด ทั้งอายทั้งขายหน้านี้ยังไมพอ ธีรินทร์ยังหันมามองทำเสียงหัวเราะขึ้นจมูกดังหึพร้องพูดว่า ‘อ่อนหัด’

 

เดินทางมาได้แค่วันเดียวลำบากขนาดนี้ น้องโบว์คิดผิดจริงๆที่มา คืนนี้น้องโบว์เลยวางแผนที่จะหนีกลับบ้านให้ได้

edit @ 16 Mar 2013 12:25:57 by concuben

ทุกๆคนคะ นี่คือฟิก AU The Hobbit โดยคุณขวัญ (Kwanie) สมาชิกท่านนึงในบอร์ดเชอร์ล็อกของเราค่ะ คุณขวัญไม่มี Exteen เลยฝากเราเอามาลงค่ะ ตลกมากมาย เป็นเรื่องราวแนวละครไทยของเหล่าเด็กช่างกลทั้งสิบสาม กับน้องโบว์นักเขียนนิยาย ที่วันนึงต้องเดินทางไปกับเด็กช่างกล เพื่อทวงสมบัติต้นตระกูลของนายช่างธอรินทร์คืน จากมาเฟียในคราบนายแบงค์ "สมร มังกรแดง" 
 
-   -    -    -    -
 

สโนว์โบว์และคนแคะทั้ง 13 บทที่ 1

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในขณะที่แม่หญิงเพลาดำนา (Belladonna) กำลังตั้งท้อง นางได้ฝันว่าจะได้ลูกสาว ประกอบที่ช่วงท้องนางต้องฟังเพลงโบว์รักสีดำเพื่อแก้เครียด นางจึงตั้งชื่อลูกไว้ว่าโบว์

สามีของนางชื่อ บักโก๋ แบ่งกิน (Bungo Baggins) เป็นไฮโซบ้านนอก ตระกูลแบ่งกินสายตรง จึงเป็นเศรษฐีย่อยๆ ณ หมู่บ้านที่ปลูกผักขึ้นช่ายขาย (Shire) บักโก๋ดีใจที่จะมีทายาท เตรียมการดิบดีต้อนรับลูกน้อย คิดว่าในที่สุดไอ้พวกญาติๆ ที่ชอบมาขอแบ่งกิน ตามชื่อตระกูลจะได้มาเสนอหน้าน้อยลงเพราะหมดโอกาสได้มรดกแล้ว

 

แต่อนิจจาเมียดันตายตอนคลอดลูก แถมลูกที่ออกมาเป็นตัวผู้อีกนี้  แต่บักโก๋ก็ไม่อยากเปลี่ยนชื่อโบว์ที่เมียหวังตั้งไว้ เลยเติมบิลเข้าไปเพราะบักโก๋ชื้นชอบเพลงชองบิลลี่ โอแกนมากๆ ลูกน้อยจึงชื่อว่า บิลโบว์ แบ่งกิน (Bilbo Baggins) แต่บักโก๋ก็เรียกลูกน้อยว่าน้องโบว์เป็นชื่อเล่นตลอด

อย่างที่รู้กันว่าตระกูลแบ่งกินนี้ ใครๆ ก็หวังมาแบ่งกิน บักโก๋เลยพร่ำสอนน้องโบว์ว่าคนเข้ามานั้นหวังแต่จะเอาสมบัติ และเลี้ยงดูน้องโบว์แบบไข่ในหิน น้องโบว์เองก็เหมือนแม่ที่ชื่นชอบฟังเพลงโบว์รักสีดำมาก ก็รู้ได้ถึงความไม่จริงใจของคน และถึงแม้ผมน้องโบว์จะสีอ่อนเหมือนการ์ตูนตาหวานสวยเป็นหลอนยักโศก แต่น้องโบว์รู้ว่าตัวเองก็เตี้ยม้อต้อ พุงก็มี หน้าตาก็ออกแบบพ่อ ไม่ได้หล่อหรือสวยเลย ฉะนั้นน้องโบว์รู้ได้ทันทีว่าใครมาหยอดคำหวานหาได้จริงใจไม่ น้องโบว์จึงทำตัวเป็นเหมือนชีจำวัดไม่เปลี่ยนแปลง แม้กระทั้งบักโก๋จากไปแล้วก็ตาม

 

ถึงจะเรียนจบอักษรได้เกียรตินิยม ก็ไม่ได้เข้าสังคมอะไร ทำงานเป็นนักเขียนนิยายเงียบๆ ใช่ชื่อนามปากกาว่า หอบบิด (Hobbit) เพราะเรื่องแต่ละเรื่องที่น้องโบว์เขียนนั้น ทั้ง angst ทั้งโศก จนคนอ่านสงสัยว่านักเขียนหอบบิดนี้เป็นมาโซหรือซาดิสหรือไง ถึงได้ทำร้ายคนอ่านเป็นยิ่งนัก น้องโบว์เองก็หวังว่าจะมีคนรู้ใจข้างกายสักคนแต่มันไม่มีมาซะทีนี้สิ ได้แต่เฝ้ารอเลยไม่รู้จะเขียนเรื่องรักหวานซึ้งแฮ็ปปี้เอนดิ้งยังไงในเมื่อตัวเองยังไม่เคยมีประสบการณ์

 

แต่แล้ววันหนึ่ง ขณะที่น้องโบว์กำลังอัดยาดมหลอดคู่ใส่จมูกชมนกชมไม้หน้าบ้าน ลุงแก่ซกมกขี่ซาเล้งมาบังวิวเฉยเลย

 

“พ่ออุ้ย จะเอาจะได๋?” (คุณลุงจะเอาอะไรเหรอ)

“น้องโบว์ตัวน้อย ไม่เจอเดี๋ยวเดียว ไม่พูดเป็นภาษากลางกับลุงแล้วเหรอ”

 

น้องโบว์เปลี่ยนเสียงในซาวน์ทันที “แล้วลุงเป็นใครละจะ ที่นี้เมืองเหนือ ลุงดูยังไงก็ไม่เหมือนคนกลาง”

 

“ลุงแกนดาบไง (Gandalf) น้องโบว์จำลุงขี่ซาเล้งมาจุดพลุงานวัดประจำไง”

 

“จำได้แล้ว ธุรกิจลุงยังไม่ตายหรือนี้ มายังไง มีงานแถวนี้เหรอ?”

 

ลุงแกนดาบคิ้วกระตุก นิดๆ แต่ละไป “เปล่า ลุงเห็นว่าตั้งแต่บักโก๋ พ่อเอ็งจากไป ก็ไม่เห็นเอ๋งเรียกลุงมาจัดงานฉลองเลย ลุงเลยกะจะมาจัดงานฉลองให้เอ็งเลย จะได้ไม่เหงา เดี๋ยวมีคนมาเยอะเลยนะ” 

 

“พ่อไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน งานเลี้ยงไม่ต้องมี ฉันอยู่อย่างนี้สบายดีแล้ว สวัสดีและลาก่อนลุง” น้องโบว์กล่าวสมเป็นคุณหนูกุลบุรุษ แล้วสะบัดก้นขึ้นบ้านไป

 

ลุงแกนดาบได้แต่ถอนหายใจ แล้วปักหมุดส่งพิกัด GPS หน้าบ้านน้องโบว์ เข้ามือถือคนที่จะมาเจอกันคืนนี้ 

 

------

 

คืนนั้นเองที่น้องโบว์กำลังทอดปลาทูกินกับข้าวเหนียว และน้ำพริกอ๋องก็มีเสียงกระดิ่งหน้าบ้านดัง พอน้องโบว์เปิดประตูถึงกับชงัก ชายร่างเตี้ยแต่ก็ยังสูงกว่าน้องโบว์ จ้องเขม็ง หัวก็ล้านแถมหน้าเหมือนโจรห้าร้อย

ชายแปลกหน้าไม่รอช้าแนะนำ ฉายาตัวเองว่าทวารลิง (Dwalin) รับจ้างเลี้ยงลิงเก็บมะพร้าวพร้อมฉีดยาที่ปักษ์ใต้ แล้วก็เดินดุ๋ยๆ เข้าบ้ายหยิบปลาทูน้องโบว์กินเฉยเลย

 

น้องโบว์ได้แต่อึ๋ง คิดใจใน นี้เราจะโดนฆ่าทั้งๆ ที่ยัง virgin หรือนี้ อยากโทรเรียกตำรวจแต่มือถืออยู่บนโต๊ะกินข้าวหน้าโจรนี้สิ ทำไงดี

แต่แล้วมีเสียงกระดิ้งหน้าบ้านมาอีก น้องโบว์เลยวิ่งไปเปิด หวังว่าคงเป็นพี่ยามเดินตามเวรยาม แต่แล้วก็เป็นชายแปลกหน้าอีกคน เตี้ยเหมือนกัน แก่กว่าหน่อยดูใจเย็น ลุงเตี้ยแนะนำตัวเอาว่า บาร์ริน (Barlin) เป็นบาร์เทนเดอร์แถว RCA แล้วยื่นคูปองส่วนลดให้น้องโบว์ บอกว่าเข้ากรุงมื่อไหร่มาหาได้เลย ว่าแล้วลุงบาร์รินก็เข้าไปหาเฮียหน้าโจรทวารลิง พร้อมทักทายแบบเกมส์พื้นบ้าน หัวล้านชนกัน

น้องโบว์ชักงง หรือว่านี้ร่วมหัวมาปล้น แต่แล้วก็มีกระดิ่งมาอีก

 

คราวนี้มาเป็นคู่ ดูยังไงก็เป็นเด็กช่างกล คนเด็กกว่าแนะนำตัวเองว่า ขี้หลี (Kili) เพราะเป็น Casanova หลีไปเรื่อย เลยชอบโดดเรียนไปมองสาว เลยอยู่ช่วงพักการเรียน ส่วนอีกคนบอกว่าเป็นพี่ฉายา ฟรี้ (Fili) เพราะขี้เซาเอาแต่นอนไม่ไปเรียนเลยโดนพักการเรียนเหมือนกัน

ทั้งสองส่งยิ้มหวานมาที่น้องโบว์ ซึ่งมองยังไงก็ดูหื่นเหลือเกิน จนน้องโบว์เริ่มกลัวแล้วจิตตก

นี้เราจะโดนลงขันเวียนเทียน ก่อนได้แต่งเหรอนี้

 

แต่ลุงแกนดาบก็พลักประตูบ้านมา พร้อมคนตามหลังมาอีกติดๆ ลุงแกนดาบก็แนะนำแต่ละหน่อซึ่งก็เป็นคนแคระทั้งหมด

 

มีตระกูลรถเข็นขายน้ำขายขนม คนนึงชื่อโอเลี้ยง (Ori) คอยเข็นขายโอเลี้ยง ชอบใช้หนังกะติ๊กยิงไล่ลูกค้า เบี้ยวค่าน้ำ โนริ (Nori) ขายสาหร่ายอบกรอบ เกือบเข้าซังเตเพราะพลาดไปขายสาหร่ายเก๋จากจีนแดง และโดรี่ (Dori) เรียกย่อๆจาก โดเรม่อน เพราะเป็นคนขายขนมแป้งทอดที่โดเรม่อนชอบกิน 

 

แล้วก็มี  อวย(Oin) ชอบอวยให้ยกพวกตีกันเป็นที่หนึ่ง กลิ้ง (Gloin) อย่าได้ปล่อยมุขไม่งั้นจะขำกลิ้งไม่หยุด ป๋ำเป๋อ (Bombur) เพราะความจำปลาทอง เลยจำไม่ได้ว่ากินข้าวไปแล้ว เลยกินเอากินเอา ใบเฟียง (Bifur) ชอบใช้ฟันเฟียงเป็นอาวุธไปตีกับโรงเรียนช่างกลอื่น ชอบทำตัวเป็นแนวหน้าเลยได้แผลเป็นควานจามหัวนี้เอง และก็โชเฟอร์ (Bofur) รับจ็อบขับแท็กซี่ หนุ่มโชเฟอร์ยิ้มหวานยักคิ้วให้น้องโบว์ แถมมากุมมือกุมไม้ขอบคุณที่ตอนรับทุกคน น้องโบว์ก็ได้แต่อึ้งหน้าแดง

หลังจากนั้นลุงแกนดาบก็ต้อนทุกคนไปกินข้าว แล้วคุยกับน้องโบว์ ระหว่างที่น้องโบว์วิ่งทำลาบคั่วและนึ่งเข้าเหนียวเพิ่ม

 

“ลุงจ๋าพวกนี้เป็นใคร มาบ้านฉันทำไมเนี้ย.

 

“พวกนี้เป็นเด็กช่างกลที่เคยทำงานให้โรงเหล็กของเจ้าสัวเหมืองแร่ และเป็นลูกน้องคนสนิททายาทเจ้าสัว”

 

“เจ้าสัวห้างทอง (Thror) เหรอลุง เห็นทีวีพูลลงว่า ล้มละลายแล้วตรอมใจตายปีสองปีที่แล้ว”

 

“ก็ไม่เชิงทั้งหมด คือว่า....”

 

ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ

คิดเงินให้ได้ทอง

คิดทองให้ได้เงิน

ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ

 

ช่างกลแคระเริ่มเมาส่งเสียง น้องโบว์เห็นท่าจะไม่ดีเลยวิ่งไปห้ามก่อนเพื่อนบ้านโทรแจ้งตำรวจ ดีที่ใช้จานเหล็ก ไม่งั้นจานชามคงแตกหมดแล้ว ทว่ากระดิ่งหน้าบ้านก็ดังอีก น้องโบว์เลยตระโกนให้ลุงแกนดาบไปเปิดให้แทน

 

“พวกพี่พอได้แล้ว เสียงดังไปแล้วนะ”

 

“แหมน้องก็ พวกพี่แค่อยากสร้างสีสันให้บ้านน้องหน่อย เงียบอย่างนี้ไม่เหงาเหรอจ๊ะ” หนุ่มโชเฟอร์ยิ้มหวานไม่พอยังเป่าขลุ่ยเพลงตั๊กแตนยงโย่อีก แล้วลากน้องโบว์ไปรำวงด้วย หนุ่มช่างกลก็ทำตัวเป็นเป็นตั๊กแตนที่อยากผูกโบว์

 

“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่อยากรำ” น้องโบว์พยามดึงมือออก

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!”

 

ทุกอย่างหยุดชะงักและเงียบกริบ ทุกสายตาหันไปมอง คนแคระมาดเข้มเครางามเดินผ่านประตูห้องกินข้าวเข้ามา โดยมีลุงแกนดาบเดิมตามมาติดๆ

น้องโบว์รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งไปทั่วตัว เมื่อคนแคระมาดเข้มหันมาสบตาแวบนึงก่อนหันไปมองคนแคระอื่นๆ

 

"ไปเอาโจ๊กใส่ข้าวโอ็ตมาเร็ว” บาร์รินรีบสั่งการ ช่างกลแคระคนอื่นก็รีบกุลีกุจอเข้าครัวไป

คนแคระมาดเข้มก็มองมาที่น้องโบว์หัวจรดเท้า แล้วก็หันไปคุยกับลุงแกนแดบ

 

“หึ นี้เหรอลุง นักเจรจา ชมรมโต้วาที จบคณะอักษรได้เกียรตินิยม ที่เป็นไฮโซ ดูไม่ภูมิฐานทั้งคนทั้งบ้าน ผมเดินหาบ้านนี้ตั้งนานก็หาไม่เจอ ดีที่พวกลูกน้องเมาทำเสียงดังถึงรู้ว่าอยู่ตรงไหนกัน”

 

ลุงแกนดาบกำลังจะพูดแนะนำ แต่น้องโบว์ฉุนจัด เลยซัดกลับไป ให้สมศักดิ์ศรีนักโต้วาทีเก่า

 

“แล้วนายละเป็นแค่เด็กช่างกล เป็นถึงหัวหน้าแต่ยังโง่หาบ้านฉันไม่เจอ ทั้งที่พวกลูกน้องหาเจอสบายๆ บอกให้รู้ก่อนนะว่าบ้านฉันสร้างถูกหลักฮวงจุ้ย ทางเขาดูเล็ก แต่เขามาเรื่อยๆจะใหญ่ขึ้น เป็นแบบถุงเงิน จะได้เก็บเงินทองอยู่ หึ บ้านนายคงทางเข้ากว้างเน้นประตูใหญ่ๆ และมีหลายประตูทั้งหน้าทั้งหลังสินะ มิน่าดูเก็บเงินไม่อยู่เลย แล้วมาสายขนาดนี้ก็ไม่เหลืออะไรให้นายกินนอกจากโจ๊กกับข้าวโอ็ตแล้ว”

คนแคระหน้าเข้มกลายเป็นหน้าซีด (รู้ได้ไงว่าบ้านเราประตูเยอะฟระ) แต่รีบเก็กเข้มทันทีก่อนโต้กลับไป

 

“ก่อนอื่นฉันจบปริญญาวิศวะ ไม่ใช่ช่างกล บ้านฉันไม่งมงายฮวยจุ้ย และฉันชอบกินโจ๊กใส่ข้าวโอ็ต พวกลูกน้องรู้เลยเก็บไว้ให้” แล้วหันไปทางครัวตะโกนเบ่ง

 

“เฮ้ย ทำโอ๊กเสร็จยัง!!”

 

“ต้มเกือบได้ที่แล้วอา” ขี้หลีวิ่งมาตอบพร้อมจัดจานให้

 

ลุงแกนดาบรีบใช้โอกาสนี้ห้ามศึกยกสองที่น้องโบว์เตรียมตีกลับ ดึงน้องโบว์แยกออกมา แล้วไล่ให้คนแคระมาดเข้มไปกินข้าว 

 

“น้องโบว์ คนนั้นคือ ธีรินทร์ โอ๊กกริ้วเชี่ยว เขาเป็นหลานเจ้าสัวห้างทอง เจ้าของโรงเหล็กเหมืองแร่ที่เอ็งอ่านเจอในทีวีพูลนั้นแหละ และเป็นอาแท้ๆ ของฟรี้และขี้หลี ที่ทุกคนมาที่นี้ เพราะหวังว่าเอ็งพอจะช่วยให้เขาเอามรดกคืนมาได้”

 

“ทำไมฉันต้องช่วยคนหัวสูงจอมปลอม ขี้เก้กนั้นด้วยหละ”

 

“ชีวิตเขาหน้าสงสารมากนะ เขาเคยเป็นถึงไฮโซเมืองกรุง หลานเจ้าสัวโรงเหล็ก ที่จบวิศวะมาเตรียมรับหน้าที่ประธานบริษัท แต่นิสัยอย่างที่เอ็งเห็น กำกึงคุณชายแต่ดิบเถื่อนกว่า เลยมีเพื่อนเป็นเด็กช่างกลพวกนี้แหละ เพราะจบสูงกว่าเพื่อนเลยให้เป็นหัวหน้า เจ้าสัวและพ่อธีรินทร์เองก็เป็นเด็กช่างกลเก่า แถมดังพอๆ กับพวกโก๋หลังวังเลยนะ

 

แต่วันนึงเข้าสัวดันไปได้เพชร Blue diamond อาถรรพ์มา ตอนแรกๆ ก็ยังดีอยู่หรอก อวดเพชรงามนี้ทั่วกรุงเลยนะ

 

แล้วเอ็งจำธรันดี้ ใบเขียว ที่ลงทีวีพูลบ่อยได้เปล่า”

 

“ใครจะไม่รู้จักละลุง นั้นม่ามาซังของ host club ชื่อดังเลยนะ สวยสุดๆ เลยนะนั้น แถมมีเชื้อสายผู้ดีเก่าอีก ที่ตระกูลขายน้ำมันเครื่องรถแข่ง elf แถมมีลูกน่ารักมากเลย”

 

“ธรั้นดี้คนนั้นนะ คู่หมั่นเก่าธีรินทร์ she หรือ he คนนั้นเข้ามาประจบและหวังแต่งกับธีรินทร์เพื่อมรดกและเพชร Blue diamond แต่ธีรินทร์ก็ทั้งรักทั้งหลงเพราะสวย ควงไปก็เป็นที่เชิดหน้าชูตา แต่ทว่าทุกอย่างก็พังทลายเพราะเพชรอาถรรพ์ก็เริ่มแสดงฤทธิ์

 

เจ้าสัวเริ่มทำตัวเป็นปู่โสม บ้าสมบัติ ไม่ทำการทำงาน พ่อของธีรินทร์เองก็ไม่ใช่นักธุรกิจเก่ง ส่วนธีรินทร์ก็ยังอ่อนหัด ทำตัวเป็นคุณชาย ควงธรันดี้เล่นไปเรื่อย ว่างๆ ก็ไปร่วมตีกับเพื่อนเด็กช่างกลกับโรงเรียนอื่น

จนในที่สุด นายแบงค์หน้าเลือดหัวใส ติดบุหรี่หนัก ชื่อว่า สมร (smaug) มาหลอกปล่อยกู้กับปู่แล้วปลอมเอกสาร ยึดทรัพย์ตระกูลทั้งหมด และขับไล่ทั้งตระกูลออกไปพร้อมคนงาน และเพื่อนช่างกล

 

ธรันดี้มาเห็นเข้าก็ทิ้งธีรินทร์อย่างไม่มีเยื่อไย ทำให้ธีรินทร์สาบานว่าชาตินี้จะไม่รักใครเด็จขาด

 

ธีรินทร์ เพื่อนช่างกล และลูกน้องที่เหลือต้องทำงานรับจ้างตามอู่ และตีเหล็ก เก็บเงินหวังว่าสักวันจะทวงบริษัทและสมบัติคืนมาได้

ตอนนี้ก็ลงขันทำกาแฟ Blue mountain ขายกันอยู่ แต่นี้ไม่ใช่อนาคตของเขา คนที่ควรจะมีศักดิ์ศรีรุ่งเรื่องกว่านี้”

 

“แล้วฉันจะช่วยยังไงละจ๊ะ ฉันไม่ได้จบกฎหมายมาซะหน่อย” น้องโบว์ได้แต่ขมวดคิ้ว

 

“ลุงแกนดาบ อาเขาเรียกประชุมแล้ว” ฟรี้มาตามลุงแกนดาบและน้องโบว์

 

ลุงแกนดาบดันน้องโบว์ไปที่ห้องกินข้าว “เดี๋ยวเอ๋งก็รู้เอง”

 

ธีรินทร์นั่งหัวโต๊ะ ทำตัวเป็นเจ้าบ้าน จนเจ้าของบ้านแท้ๆ อย่างน้องโบว์เห็นแล้วมั่นไส้ แต่พอตาเข้มคู่นั้นมองมาที่น้องโบว์ น้องโบว์ถึงกับสะท้านในทรวง ไม่รู้จะหาคำอะไรมาจิกกัด ได้แต่หลบสายตาคู่นั้น

 

ธีรินทร์ก็เริ่มกล่าว “พวกเพื่อนช่างกลที่ยังสัญญาว่าจะมาจอยที่หลัง เมื่อถึงเวลาจำเป็นก็ยังพอมี”

 

“ยังพอมี งั้นแปลว่ามีน้อยนะสิ แล้วขาโจ๋ทีม หินเหล็กไฟ (iron mountain) จะมาเปล่า” ทวารลิงถาม

 

“ไม่ พวกนั้นเกษียรแล้วเพราะกลัวเมียวีนใส่”

 

ฟรี้รีบเสนอหน้า “ถึงพวกเราจะมีน้อยแต่ พวกเราเป็นขาโจ๋ในตำนานทั้งนั้นนะอา”

 

“อีกอย่างผ่านมา 6 ปีแล้วที่ไม่มีใครเห็น นายสมรนั้นเลย มีข่าวลือว่าเพราะพิษบุหรี่ ทำให้เป็นมะเร็งอยู่ นี้เป็นโอกาสของเราแล้วที่จะทวงมรดกคืน” กลิ้งเสริมเพื่อปลุกใจ

 

“ลุงแกนดาบเองก็เอาพลุยัดตูดมัน ส่งไปที่ชอบๆ ให้เร็วๆขึ้นอีก เลยสิ” อวยเริ่มยุลุงแกนแดบ

 

“ไอ้บ้าเดี๋ยวได้เข้าซังเตข้อหาฆาตกรรมทั้งหมดนะซิ แล้วมรดกจะไปตกมือใครหละ” ลุงแกนดาบกลุ้มใจพวกสมองมีแต่กล้าม ไม่มี Grey cell

 

“แล้วทำไมเราไม่รอให้ มันตายไปก่อนแล้วเอาสมบัติคืนละอา” ขี้หลีลองเสนอ

 

“เจ้าโง่ ถ้าปล่อยไว้นาน มันอาจเอาชื่อคนอื่นใส่เพื่อเป็นชื่อรับมรดกหลังมันตายนะสิ เราต้องรีบลงมือตอนนี้ อย่าลืมสิ ช่างกลอย่างเราๆ ต้องตีเหล็กยังร้อนๆ”  ธีรินทร์เริ่มกลิ้วทั้งโต๊ะเลยเงียบ

 

ลุงแกนดาบในที่สุดก็ได้พูดซะที ลุงแกนดาบกางแผนกระดาษ และวางกุญแจลงบนโต๊ะ

 

“ที่ลุงเรียกพวกเอ็งมาประชุมนี้เพราะลุงอยากช่วยเอาศักดิ์ศรีพวกเอ็งคืนมา โดยเฉพาะธีรินทร์ ที่เจ้าสัวคอยฝากฝังกับลุง เห็นลุงเป็นเพื่อนไม่ใช้คนขี่ซาเล้ง

 

กระดาษนี้คือหนังสือสัญญาตัวจริงที่เจ้าสัวเซ็น เจ้าสัวฝากไว้กับลุงหลังเซ็น เพราะไม่มั่นใจคลังตู้เซฟจะเก็บดี แถมเอกสารเยอะกลัวหาไม่เจอ ลุงเชื่อว่าเอกสารที่สมรปลอมต้องอยู่ในคลังเซฟนั้น

 

ส่วนกุญแจนี้คือกุญแจคลังเซฟ เจ้าสัวทำไว้สองดอก อันนึงอยู่ที่เจ้าสัว ซึ่งตอนนี้อยู่ที่สมร ส่วนอันที่สองเจ้าสัวฝากลุงไว้ เผื่อมอบให้ทายาทเมื่อถึงเวลาอันควร ถ้าเราใช่กุญแจนี้ สามารถเอาตัวสัญญาที่สมรปลอมออกมาเทียบ และพิสูจน์ได้ละก็ เราก็จะสามารถสู้คดีได้

 

แน่นอนว่า สมรก็ไม่อยากขึ้นศาลลงโรง เลยต้องหาทางเจรจา ซึ่งนักเจรจาฝ่ายเราคือน้องโบว์นี้เอง” 

 

“ฉันนี้นะ?!!" น้องโบว์สะดุ้ง

 

“โอ้ว น้องน้อยคนนี้เนี้ยนะ จะสู้กับมังกรแดง?” ใบเฟียงขำ

 

“มังกรแดงนี้อะไรเหรอ?”

 

โชเฟอร์รีบขว้าโอกาสที่จะยอกน้องโบว์เล่น “ ก็สมรไง เบื่องหน้าเป็นนายแบ็งค์ เบื้องหลังเป็นแก็งมาเฟียใต้ดิน ที่ชอบจับคนมาเผานั่งยาง อูย แต่ละเยื่อนี้ดำเป็นตอตะโก จนแถบหาหลักฐานไม่ได้ ว่ากันว่าแค่สมรพ่นบุหรี่ใส่หน้า ก็ทำเอาคนนั้นสำลักแสบคอไปสามวัน”

 

บาร์รินรีบตัดบท ส่งหนังสือสัญญาให้น้องโบว์

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกไม่เลวร้าย แต่เราเตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว”

 

"แล้วนี้ประกันชีวิตอะไรเขียนไว้ตรงนี้เนี้ย” น้องโยว์แสกนหนังสือสัญญาอย่างหวั่นๆ

 

“ก็ประกันชีวิตที่ทำไว้เผื่อเจ็บหรือตายขึ้นมา และก็มีวงเงินและการจัดงานศพไว้พร้อม” บาร์รินกล่าวชิวๆ

 

“นี้มันอย่างกะจะไปรบเลยนะ” น้องโบว์เริ่มเข่าอ่อน

 

“นี้มาตรฐานสัญญาของช่างกลกัน ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ใช่สัญญากรีดเลือดร่วมสาบานที่นิยมทำกัน” โอเลี้ยงให้กำลังใจ

 

“กรีดเลือด!!” น้องโบว์เริ่มลมจับ เพราะเริ่มจิ้นไปไกลตามสัญชาติญานนักเขียนนิยาย

 

“ไม่หนักขนานนั้นหรอก อาจได้แผลเป็นแบบควานบนหัวใบเฟียง แล้วน้องพร้อมไปกับพวกพี่ไหม?” โชเฟอร์ยิ้มหวาน

 

น้องโบว์หายใจเข้าลึกๆ เรียกสติ

 

“คือว่า…. ไม่” สิ้นคำน้องโบว์ลมก็จับ เข่าอ่อนหงายหลัง แต่มีแขนมาโอบน้องโบว์ไว้

 

“ธีรินทร์” น้องโบว์เห็นธีรินทร์มาพยุงตัวไว้ไม่ให้กระแทกพื้น ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลง   

 

edit @ 16 Mar 2013 14:51:47 by concuben