CrossOver

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน เผื่อหลงมาเจอนะคะ ต้องบอกไว้ก่อนว่านี่คือโปรเจ็กท์ฟิก "วาเลนไทน์ เวทมนต์ อลหม่าน" แบ่งเป็นสามพาร์ท
 
Part 1. วาเลนไทน์ >> จอห์นมีเดท แต่ดันไม่ไป เพราะมีเหตุบางประการเลยต้องขลุกอยู่กับเชอร์ล็อก
Part 2. อลหม่าน >> คู่เดทของจอห์น ที่จริงแล้วคือแม่มด เดือดดาลมาก เลยสาปให้จอห์นสลับร่างกับเชอร์ล็อก
Part 3  เวทมนตร์ >> คือบทสรุปของเรื่อง มีคนเขียนสองคน เพื่อสร้างตอนจบสองแบบ คือแบบวายและไม่วายค่ะ
 
ทุกคนพยายามเขียนให้เป็นนิยายของตัวเอง ดังนั้นให้ผู้อ่านรู้สึกว่า อ่านนิยายสามเรื่องที่อ่านต่อกันได้ก็แล้วกันค่ะ พาร์ทจบเขียนเสร็จแล้ว 1 คน (พาร์ทวาย pairing: Sherlock/John) >> คำสาป  อ่านได้ทันทีค่ะ เพราะทุกคนเขียนแบบจบในตัว ไม่ต้องอ่านท่อนก่อน หรือท่อนต่อไปก็ได
 
ถ้ายังงงโปรเจ็กท์ หรืออยากร่วมเขียนด้วย (คืออยากเขียนตอนไหนก็ได้) อ่านตรงนี้เลยค่ะ >> โปรเจ็ก
 
 
 
อันนี้คือพาร์ทอลหม่าน พาร์ทที่ปัญหากำลังเกิด คนเขียนคือ @camillabatch ยังเขียนไม่จบค่ะ จะมาทีละพาร์ท 
 
 
 
***************
 
My Magical Valentine
 
วาเลนไทน์ เวทมนตร์ อลหม่าน
 
 
ตอน
 
 
อลหม่าน
โดย @camillabatch

 
 
 
 
Intro.

 

นี่มันก็ดึกแล้ว ฉันยังไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ฉันยังคงยืนกอดอกรออยู่หน้าบ้านเลขที่ 221 บี ถนนเบเกอร์กลางไฟสลัวและอากาศเย็นๆ จะว่ามารอใครก็ใช่นะ เขาอยู่บ้านหลังนี้แหละ แต่ถามว่ารอทำไม ฉันว่าถามเขาจะดีกว่า

 

ว่าปล่อยให้ฉันรอทำไม?

 

ฉันกับจอห์น วัตสันเริ่มเดทกันตั้งแต่ช่วงปีใหม่ เขาเป็นคนน่ารักมาก ใส่ใจแถมยังอดทนกับเรื่องหยุมหยิมของผู้หญิงได้มากกว่าคนทั่วไป มันก็ต้องมีบ้างละน่าที่จู่ๆ ฉันรู้สึกอยากทำอะไรจุกจิกแบบไร้สาระบ้าง ทุกครั้งที่ฉันถามความเห็นเขาก็มักจะได้รับคำตอบว่า

 

“ทำไปเถอะครับตามสบาย /ก็ไม่มีปัญหานี่นา… พี่ไม่คิดมาก เพื่อนพี่ยังเฮี้ยนหนักกว่านี้ซะอีก” แล้วก็ยิ้ม

 

ดูสิ คนที่ดีขนาดนี้จะหาที่ใหนได้อีก หน้าตาก็จัดว่าดีควงไปวัดสายๆได้ไม่อายใคร ขนาดกะทัดรัดพอดีคำ เฮ่ย! ตัวไม่ได้สูงใหญ่หล่อล่ำเหมือนตัวร้ายในสตาร์เทร็ค แต่จริงใจตรงไปตรงมา มีหลุดวาจาเถื่อนๆ เข้าหูบ้างบางครั้ง ถึงจะเป็นอย่างนี้ อายุก็มากกว่า แต่ตั้งแต่ฉันจบจากฮอกวอตส์มาเมื่อหลายปีที่แล้ว ก็ไม่ได้สนใจจะเดทจะเริ่มอะไรกับใครอีกเลย จนมาเจอจอห์นนี่ละ  อ่า..ที่บอกว่าฮอกวอตส์น่ะไม่ได้อำนะ จบมาจริง ก็ฉันเป็นแม่มดน่ะสิ

 

ก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ ตอนเนี้ยดิ หนาวจนขาชาหมดแล้วเนี่ย ยังไม่กลับมาอีก เมื่อค่ำฉันมาเคาะประตูถามหากับมิสซิสฮัดสันแล้ว เธอบอกว่าเขากับเชอร์ล็อก โฮล์มส์ออกไปข้างนอก กว่าจะกลับคงดึก ก่อนจะชวนฉันไปนั่งรอข้างใน แต่ฉันปฏิเสธ ก็ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอนี่ เลยทำแมนยืนรอข้างนอก เป็นไงล่ะ แถวนี้มันหนาว บอกตรงๆนะ ถ้าไม่รักจริงอยู่ไม่ได้ นี่ก็ว่าจะร้องเพลงโคฟเวอร์หนังไทยเรื่องแม่นาครอแก้เบื่อ

 

“พี่จ้อนขาาาาา ไม่รู้เธออยู่ที่ใหน

 

อยู่ไกลแสนไกล แต่ใจอยู่ใกล้กับเธอ

 

พี่จ้อนขา เธอรู้ไหม ว่าใจฉันอยู่กับเธอ

 

คิดถึงเธอ ทุกวัน และทุกคืนนนนนน~”

 

“เกรซ?” เสียงคุ้นๆเอ่ยทักขึ้น พอหันไปมองก็เจอกับ..

 

“พี่จ้อน!!! เอ๊ย…เอ่อ จ..จอห์น” เหอะ หวิดได้เปลี่ยนชื่อแกเป็นพี่จ้อน เบเกอร์สตรีทแล้วไง  จอห์นอยู่ในชุดกันลมและด้านหลังเขาคงเป็นมิสเตอร์เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ที่กำลังจอดมอเตอร์ไซค์อยู่ แถมมองฉันด้วยสายตาว่างเปล่าอีก อะไรเนี่ย อีกแล้วเหรอ! จะซ้ำรอยวาเลนไทน์ให้ได้ใช่มั้ย

 

“มาทำอะไรที่นี่ รอนานหรือยัง?” ถามแบบนี้ปรี๊ดเลย ที่จริงอยากจะตอบว่า .

 

.’พี่รู้ไหม ฉันมารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ!’ แล้วยืดมือไปบ้องหูซะให้หลาบ เล่นทิ้งกัน ลืมนัดวาเลนไทน์ไม่ว่า แต่ทำไมต้องหายปิดมือถือหนีตลอด ถ้าไม่มารอเองก็คงนึกว่าหอบข้าวหอบของไปอยู่ไชร์ซะแล้วมั้ง แต่ไม่ได้อีก กลัวเสียเขาไป ต้องใจเย็นเข้าว่า โอเค..คูลๆ เก๋ๆ

 

 

“ถามตัวเองเถอะค่ะ ทำไมถึงปล่อยให้ฉันต้องรอ ปิดมือถือหนี ไปหาที่คลินิกก็ไม่อยู่ ตกลงยังไงแน่คะ?” ฉันพยายามถามด้วยอารมณ์ปกติที่สุด แต่คำถามที่ออกมาก็ไม่วายฟังดูเหมือนฉันเตรียมเอาสากกะเบือฟาดหัวพี่แกอย่างงั้น

 

“คือผม..” เขากำลังอ้าปากจะพูด

 

“จอห์น..ฉันเข้าบ้านก่อนนะ” คุณโฮล์มส์ตัดบทก่อนจะเดินหิ้วหมวกกันน็อกเดินผ่านหลังฉันเข้าบ้านไป

 

“พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันได้ไหมเกรซ มันดึกแล้ว ถ้ายังยืนอยู่นานกว่านี้จะไม่สบาย มันสุดวิสัยจริงๆ ผมขอโทษนะ

 

พรุ่งนี้คุณตื่นแล้วค่อยเท็กซ์มา มือถือผมเสียต้องปิดแล้วชาร์จแบตอยู่ข้างบนน่ะ กลับบ้านไปก่อนนะ” จอห์นพูดอย่างใจเย็นก่อนจะจับไหล่ฉันเบาๆ    ก็ได้.. บางทีก็ต้องการแค่นี้แหละ ถึงยังเหลือปมให้ฉันข้องใจอยู่ไม่น้อย แต่การที่จอห์นให้คำยืนยันกับฉันมันก็ทำให้ฉันไม่โมโหลงกับเขาเสียก่อนในตอนนี้ได้ ฉันพยักหน้าก่อนจะขอตัวกลับ เมื่อเดินไปขึ้นรถและขับออกไป มองกระจกหลังก็ยังเห็นจอห์นยืนมองอยู่ไกลๆ

 

ยังไม่อยากกลับบ้านเลย คิดดู นั่งรอตั้งนาน คุยกันสามนาที จะให้เคลียร์กลับบ้านสบายใจเป็นนางเอกไม่ได้!

 

มันคาใจ อยากหาอะไรดื่มแก้เครียด แถมหิวอีกต่างหาก มื้อเย็นยังไม่ได้กินอะไรเลย

 

ฉันขับรถหาร้านเงียบๆ ซักร้านนึง แล้วก็เจอในที่สุดแถวๆ ถนนฟลีท เอาวะ..ที่นี่ดูเงียบดี

 

“ดิ เอเลบอร์, มิดเดิลเอิร์ธ Since 1862”

 

ฉันผลักประตูเปิดก่อนจะเดินเข้าไป…

*******************

ไม่ธรรมดาน้าาาา เรามีโปสเตอร์ให้ด้วย!!!

————————> เพลงในตอนนี้ ตามลิงค์นี้เจ้าค่ะ ^^ http://www.youtube.com/watch?v=-lrmGyNpd5o

 

****************

 

Chapter 1. 

 

 “เอเลบอร์ยินดีต้อนรับครับผม” เสียงแจ่มใสของบริกรดังขึ้นทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ฮื่อ! ไม่เลวนะ ดูเป็นร้านที่น่านั่งทีเดียว ดูเหมือนว่าพวกเขาตกแต่งสไตล์บ้านฮอบบิท แล้วก็มีกลิ่นอายของความดิบแบบมังกรๆ บนอยู่ด้วย เอาเหอะ ก็ดูเงียบดี เหมาะมากที่จะมานั่งคิดอะไรคนเดียว   บริกรวางเมนูปกหนังลงบนโต๊ะก่อนจะยืนรอรับออเดอร์ด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม ฉันว่าบริกรร้านนี้เขาน่ารักดีนะ  

 

“ขออนุญาตแนะนำเมนูนะครับ ช่วงนี้มีสเต็กแกะกับซอสมังกรไฟเป็นเมนูประจำอาทิตย์นี้ คุณผู้หญ