สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน เผื่อหลงมาเจอนะคะ ต้องบอกไว้ก่อนว่านี่คือโปรเจ็กท์ฟิก "วาเลนไทน์ เวทมนต์ อลหม่าน" แบ่งเป็นสามพาร์ท
 
Part 1. วาเลนไทน์ >> จอห์นมีเดท แต่ดันไม่ไป เพราะมีเหตุบางประการเลยต้องขลุกอยู่กับเชอร์ล็อก
Part 2. อลหม่าน >> คู่เดทของจอห์น ที่จริงแล้วคือแม่มด เดือดดาลมาก เลยสาปให้จอห์นสลับร่างกับเชอร์ล็อก
Part 3  เวทมนตร์ >> คือบทสรุปของเรื่อง มีคนเขียนสองคน เพื่อสร้างตอนจบสองแบบ คือแบบวายและไม่วายค่ะ
 
ทุกคนพยายามเขียนให้เป็นนิยายของตัวเอง ดังนั้นให้ผู้อ่านรู้สึกว่า อ่านนิยายสามเรื่องที่อ่านต่อกันได้ก็แล้วกันค่ะ พาร์ทจบเขียนเสร็จแล้ว 1 คน (พาร์ทวาย pairing: Sherlock/John) >> คำสาป  อ่านได้ทันทีค่ะ เพราะทุกคนเขียนแบบจบในตัว ไม่ต้องอ่านท่อนก่อน หรือท่อนต่อไปก็ได
 
ถ้ายังงงโปรเจ็กท์ หรืออยากร่วมเขียนด้วย (คืออยากเขียนตอนไหนก็ได้) อ่านตรงนี้เลยค่ะ >> โปรเจ็ก
 
 
 
อันนี้คือพาร์ทอลหม่าน พาร์ทที่ปัญหากำลังเกิด คนเขียนคือ @camillabatch ยังเขียนไม่จบค่ะ จะมาทีละพาร์ท 
 
 
 
***************
 
My Magical Valentine
 
วาเลนไทน์ เวทมนตร์ อลหม่าน
 
 
ตอน
 
 
อลหม่าน
โดย @camillabatch

 
 
 
 
Intro.

 

นี่มันก็ดึกแล้ว ฉันยังไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ฉันยังคงยืนกอดอกรออยู่หน้าบ้านเลขที่ 221 บี ถนนเบเกอร์กลางไฟสลัวและอากาศเย็นๆ จะว่ามารอใครก็ใช่นะ เขาอยู่บ้านหลังนี้แหละ แต่ถามว่ารอทำไม ฉันว่าถามเขาจะดีกว่า

 

ว่าปล่อยให้ฉันรอทำไม?

 

ฉันกับจอห์น วัตสันเริ่มเดทกันตั้งแต่ช่วงปีใหม่ เขาเป็นคนน่ารักมาก ใส่ใจแถมยังอดทนกับเรื่องหยุมหยิมของผู้หญิงได้มากกว่าคนทั่วไป มันก็ต้องมีบ้างละน่าที่จู่ๆ ฉันรู้สึกอยากทำอะไรจุกจิกแบบไร้สาระบ้าง ทุกครั้งที่ฉันถามความเห็นเขาก็มักจะได้รับคำตอบว่า

 

“ทำไปเถอะครับตามสบาย /ก็ไม่มีปัญหานี่นา… พี่ไม่คิดมาก เพื่อนพี่ยังเฮี้ยนหนักกว่านี้ซะอีก” แล้วก็ยิ้ม

 

ดูสิ คนที่ดีขนาดนี้จะหาที่ใหนได้อีก หน้าตาก็จัดว่าดีควงไปวัดสายๆได้ไม่อายใคร ขนาดกะทัดรัดพอดีคำ เฮ่ย! ตัวไม่ได้สูงใหญ่หล่อล่ำเหมือนตัวร้ายในสตาร์เทร็ค แต่จริงใจตรงไปตรงมา มีหลุดวาจาเถื่อนๆ เข้าหูบ้างบางครั้ง ถึงจะเป็นอย่างนี้ อายุก็มากกว่า แต่ตั้งแต่ฉันจบจากฮอกวอตส์มาเมื่อหลายปีที่แล้ว ก็ไม่ได้สนใจจะเดทจะเริ่มอะไรกับใครอีกเลย จนมาเจอจอห์นนี่ละ  อ่า..ที่บอกว่าฮอกวอตส์น่ะไม่ได้อำนะ จบมาจริง ก็ฉันเป็นแม่มดน่ะสิ

 

ก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ ตอนเนี้ยดิ หนาวจนขาชาหมดแล้วเนี่ย ยังไม่กลับมาอีก เมื่อค่ำฉันมาเคาะประตูถามหากับมิสซิสฮัดสันแล้ว เธอบอกว่าเขากับเชอร์ล็อก โฮล์มส์ออกไปข้างนอก กว่าจะกลับคงดึก ก่อนจะชวนฉันไปนั่งรอข้างใน แต่ฉันปฏิเสธ ก็ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอนี่ เลยทำแมนยืนรอข้างนอก เป็นไงล่ะ แถวนี้มันหนาว บอกตรงๆนะ ถ้าไม่รักจริงอยู่ไม่ได้ นี่ก็ว่าจะร้องเพลงโคฟเวอร์หนังไทยเรื่องแม่นาครอแก้เบื่อ

 

“พี่จ้อนขาาาาา ไม่รู้เธออยู่ที่ใหน

 

อยู่ไกลแสนไกล แต่ใจอยู่ใกล้กับเธอ

 

พี่จ้อนขา เธอรู้ไหม ว่าใจฉันอยู่กับเธอ

 

คิดถึงเธอ ทุกวัน และทุกคืนนนนนน~”

 

“เกรซ?” เสียงคุ้นๆเอ่ยทักขึ้น พอหันไปมองก็เจอกับ..

 

“พี่จ้อน!!! เอ๊ย…เอ่อ จ..จอห์น” เหอะ หวิดได้เปลี่ยนชื่อแกเป็นพี่จ้อน เบเกอร์สตรีทแล้วไง  จอห์นอยู่ในชุดกันลมและด้านหลังเขาคงเป็นมิสเตอร์เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ที่กำลังจอดมอเตอร์ไซค์อยู่ แถมมองฉันด้วยสายตาว่างเปล่าอีก อะไรเนี่ย อีกแล้วเหรอ! จะซ้ำรอยวาเลนไทน์ให้ได้ใช่มั้ย

 

“มาทำอะไรที่นี่ รอนานหรือยัง?” ถามแบบนี้ปรี๊ดเลย ที่จริงอยากจะตอบว่า .

 

.’พี่รู้ไหม ฉันมารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ!’ แล้วยืดมือไปบ้องหูซะให้หลาบ เล่นทิ้งกัน ลืมนัดวาเลนไทน์ไม่ว่า แต่ทำไมต้องหายปิดมือถือหนีตลอด ถ้าไม่มารอเองก็คงนึกว่าหอบข้าวหอบของไปอยู่ไชร์ซะแล้วมั้ง แต่ไม่ได้อีก กลัวเสียเขาไป ต้องใจเย็นเข้าว่า โอเค..คูลๆ เก๋ๆ

 

 

“ถามตัวเองเถอะค่ะ ทำไมถึงปล่อยให้ฉันต้องรอ ปิดมือถือหนี ไปหาที่คลินิกก็ไม่อยู่ ตกลงยังไงแน่คะ?” ฉันพยายามถามด้วยอารมณ์ปกติที่สุด แต่คำถามที่ออกมาก็ไม่วายฟังดูเหมือนฉันเตรียมเอาสากกะเบือฟาดหัวพี่แกอย่างงั้น

 

“คือผม..” เขากำลังอ้าปากจะพูด

 

“จอห์น..ฉันเข้าบ้านก่อนนะ” คุณโฮล์มส์ตัดบทก่อนจะเดินหิ้วหมวกกันน็อกเดินผ่านหลังฉันเข้าบ้านไป

 

“พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันได้ไหมเกรซ มันดึกแล้ว ถ้ายังยืนอยู่นานกว่านี้จะไม่สบาย มันสุดวิสัยจริงๆ ผมขอโทษนะ

 

พรุ่งนี้คุณตื่นแล้วค่อยเท็กซ์มา มือถือผมเสียต้องปิดแล้วชาร์จแบตอยู่ข้างบนน่ะ กลับบ้านไปก่อนนะ” จอห์นพูดอย่างใจเย็นก่อนจะจับไหล่ฉันเบาๆ    ก็ได้.. บางทีก็ต้องการแค่นี้แหละ ถึงยังเหลือปมให้ฉันข้องใจอยู่ไม่น้อย แต่การที่จอห์นให้คำยืนยันกับฉันมันก็ทำให้ฉันไม่โมโหลงกับเขาเสียก่อนในตอนนี้ได้ ฉันพยักหน้าก่อนจะขอตัวกลับ เมื่อเดินไปขึ้นรถและขับออกไป มองกระจกหลังก็ยังเห็นจอห์นยืนมองอยู่ไกลๆ

 

ยังไม่อยากกลับบ้านเลย คิดดู นั่งรอตั้งนาน คุยกันสามนาที จะให้เคลียร์กลับบ้านสบายใจเป็นนางเอกไม่ได้!

 

มันคาใจ อยากหาอะไรดื่มแก้เครียด แถมหิวอีกต่างหาก มื้อเย็นยังไม่ได้กินอะไรเลย

 

ฉันขับรถหาร้านเงียบๆ ซักร้านนึง แล้วก็เจอในที่สุดแถวๆ ถนนฟลีท เอาวะ..ที่นี่ดูเงียบดี

 

“ดิ เอเลบอร์, มิดเดิลเอิร์ธ Since 1862”

 

ฉันผลักประตูเปิดก่อนจะเดินเข้าไป…

*******************

ไม่ธรรมดาน้าาาา เรามีโปสเตอร์ให้ด้วย!!!

————————> เพลงในตอนนี้ ตามลิงค์นี้เจ้าค่ะ ^^ http://www.youtube.com/watch?v=-lrmGyNpd5o

 

****************

 

Chapter 1. 

 

 “เอเลบอร์ยินดีต้อนรับครับผม” เสียงแจ่มใสของบริกรดังขึ้นทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ฮื่อ! ไม่เลวนะ ดูเป็นร้านที่น่านั่งทีเดียว ดูเหมือนว่าพวกเขาตกแต่งสไตล์บ้านฮอบบิท แล้วก็มีกลิ่นอายของความดิบแบบมังกรๆ บนอยู่ด้วย เอาเหอะ ก็ดูเงียบดี เหมาะมากที่จะมานั่งคิดอะไรคนเดียว   บริกรวางเมนูปกหนังลงบนโต๊ะก่อนจะยืนรอรับออเดอร์ด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม ฉันว่าบริกรร้านนี้เขาน่ารักดีนะ  

 

“ขออนุญาตแนะนำเมนูนะครับ ช่วงนี้มีสเต็กแกะกับซอสมังกรไฟเป็นเมนูประจำอาทิตย์นี้ คุณผู้หญิงสนใจไหมครับ? โปรโมชั่นพิเศษช่วงวาเลนไทน์เท่านั้นนะครับ” โอ้ว เขายิ้มกว้างเชียวล่ะ ฉันหันไปพยักหน้าสั่งจานที่เขาแนะนำก่อนจะคืนเมนูให้ไป ยังไม่ทันที่เขาจะได้จดรายการก็มีมือใหญ่ๆ คว้าหมับลงที่ไหล่ของเขา อีกคนที่มาทีหลังเป็นผู้ชายตัวสูงผมยาว มีหนวดเคราด้วย เขาอยู่ในชุดคล้ายๆ บริกรแต่ไม่มีหูกระต่าย ดูมีอำนาจทีเดียว

 

“ทำกิริยาให้มันเรียบร้อยหน่อยคิลี อย่ารบกวนลูกค้า”

 

“โธ่ลุงครับ ผมไม่ได้..”

 

“เอาเถอะ จดรายการเรียบร้อยแล้วก็ไปวางในครัวซะ ขอโทษด้วยถ้าหลานผมรบกวนนะครับมิส”  ฉันพยักหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ก่อนจะเอามือถือออกมานั่งดูรออาหาร  ในประวัติการโทรมีแต่เบอร์จอห์น เป็นสายของฉันที่โทรออกไปทั้งนั้น ไม่มีอะไรจากเขาเข้ามาเลย ไม่ว่าจะเป็นข้อความ บล็อก ไลน์ ที่เคยส่งไปก็มีแจ้งเตือนว่าอ่านแล้ว แต่ไม่มีอะไรกลับมา สติ๊กเกอร์ซักอันยังไม่ส่งเลย!  ฉันพยายามคิดในแง่ดีทุกวัน ว่าจอห์นคงเหนื่อยจากงาน หรือไม่ก็ช่วยคุณโฮล์มส์ในงานของเขา แต่อีกใจก็อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่าเพราะฉันเองหรือเปล่าที่ไม่ดี วาเลนไทน์ที่เขาไม่มาตามนัดน่ะ ฉันไม่ติดใจอะไรเท่าการที่เขาหลบหน้าเลยจริงๆ  มันอาจจะถึงเวลาที่ฉันต้องทำใจถ้าความสัมพันธ์นี้มันต้องยุติลงก็ได้นะ

 

“รายการที่สั่งได้แล้วครับ” บริกรคนเดิมวางจานสเต็กหอมฉุยลงตรงหน้าฉัน พร้อมกับน้ำแร่พะยี่ห้อเมิร์กวู้ดตัวเท่าหม้อแกง และถ้วยซอสสีแดงส้มที่ดูท่าทางจะรสจัดจ้านมาก จริงๆ ถ้ามีอินสตาแกรมอัพให้ดูได้นี่ถ่ายลงละนะ ดูจะมีพริกโรยไว้ด้วย “ซอสนี่เผ็ดมากใหมคะ แหะๆ” ฉันถามแบบเก้อๆ เพราะถ้าเผ็ดเกินไปฉันคงแย่แน่

 

“ไม่หรอกครับ ซอสนี่ได้แรงบันดาลใจจากสม็อกน่ะครับ มังกรในนิยายนี่แหละ ไม่ต้องกังวลฮะ สม็อกเป็นมังกรที่น่ากลัวแต่นิสัยติงต๊องยังไง เมนูนี้ก็ไม่อันตรายอย่างนั้นครับ” เขาพูดก่อนจะเดินไปรับออเดอร์จากลูกค้าคนอื่น  

 

เออ เก๋ดีว่ะ..  ฉันคิดก่อนจะเริ่มลงมือทานมื้อดึกในวันนี้  แต่ทานได้ไม่กี่คำกลับต้องงงเพราะจู่ๆ ก็มีแชมเปญแก้วนึงวางตรงหน้า และคุณธอรินเจ้าของร้านเป็นคนนำมาเสิร์ฟ

 

“ฉันไม่ได้สั่งนะคะ” ยังไม่ทันจะได้หุบปาก เขาก็อธิบายว่า

 

“คุณโต๊ะนั้นสั่งมาให้ครับ” เขาหันไปทางอีกฟากร้านแล้วเดินหายไปในครัว และฉันก็ได้เจอกับผู้ชายตัวผอมสูงแววตาพราวๆ ผมยาวดำหวีไปข้างหลัง คอสตูมเนี้ยบระดับสิบ ดูไม่มีที่ติเหมือนไม่มีอยู่จริง แต่ขอโทษนะยะนี่มันจะห้าทุ่ม สูทยาวกับไม้เท้าหรูสีทองน่ะ พกมาทำไมคะ หืออออ?   ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าเริ่มไม่โอเคละ พอละสายตามาตรงหน้าก็แทบสำลักน้ำแร่

 

เฟ็ดดดดดดเฟ่! มาตั้งแต่เมื่อไหร่!!! เขามานั่งยิ้มยิงฟันอยู่ข้างหน้าฉันแล้ว!

 

อกอีเกรซจะแตก ไม่ได้การละ ฉันควานหาไม้กายสิทธิ์ในกระเป๋าถือแล้วกำไว้ ทำอะไรแผลงๆอีกทีเดียวแม่จะเสกให้กลายเป็นด้วงแล้วเหยียบให้จมเลยคอยดู!

 

“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังจะปฏิเสธและออกไปจากตรงนี้ แต่ขอบอกว่าเจ้าทำไม่ได้หรอก” เขาพูดด้วยสำเนียงเหมือนท่องบทของเชคสเปียร์มา แววตาอ่อนลงแต่ยังน่ากลัว ฉันหันซ้ายหันขวาแล้วดูจะไม่มีใครสนใจอาการคุกคามของเขาแม้แต่น้อย คิลี! คุณคิลีสุดหล่อพ่อรวย  ที่ชั้นอวยเนี่ยมาช่วยชั้นทีเซ่!! ฮึ่ย อุตส่าห์ทำท่าลุกลี้ลุกลน ไม่มีใครสนใจเลย อีตานี่ก็ยังคงนั่งเดาะไม้เท้าอยู่ตรงข้าม เอาวะ เป็นไงเป็นกัน


“คุณต้องการอะไร” ฉันถามลอดไรฟัน ตอบดีๆ ไม่มีเหตุผลแม่จะเหนี่ยวให้!

 

“ข้าชื่อโลกิ ราชาแห่งแอสการ์ด และข้าต้องการแค่เพื่อนนั่งกินอาหาร ซึ่งก็คือเจ้า เพราะเจ้ามาคนเดียว”

 

“ขอโทษนะคะ พูดภาษาคนปกติได้ไหมคะ?” มาข้าๆเจ้าๆ นี่หลุดจากโรงบาลใหนเนี่ย? เหมือนคนบ้าหลุดแล้วไปปล้นร้านสูท  Spencer Hart ออกมามากอ่ะบอกตรงๆ

 

“ข้าพูดกับเจ้าดีๆ นะมิดการ์เดียน อย่าให้ข้าถึงกับต้องเอากองทัพมารังควานเจ้าที่ไม่ทำตามคำสั่งทีเดียวนะ”

 

อื้มม ไม่จบ ไม่จบ… อ้างกองทัพอีก เฮ้อ ไม่รู้จะคุยด้วยอีกทำไมละ

 

ฉันตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วรีบก้าวไปที่แคชเชียร์ แต่ยังไม่ทันจะได้ออกเดิน เขาก็พูดจี้ใจดำออกมาดังๆ

 

“เจ้ากำลังสับสน ข้าก็แค่อยากช่วย ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ตัวเองได้หลุดจากความขัดข้องใจ เจ้ากำลังหาทางระบาย” ฉันหันขวับ “อู้วว เจ้าก็มีหัวใจนี่นะ..มีความรักเหรอ? ใช่สินะ มันต้องเป็นความรักแน่ๆ ไม่มีอะไรจะกวนใจคนได้เท่านี้”  

 

“คุณ! นี่คุณกำลังละลาบละล้วงเรื่องของคนอื่น คุณต้องการอะไรกันแน่! บอกมา ไม่อย่างนั้นฉันจัดการคุณแน่!ฉันดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาจ่อไปที่โลกิ ถึงรู้ว่ามันอาจจะไม่ช่วยอะไรก็เถอะ เขาแสร้งทำหน้าประหลาดใจ “นี่แม่มดเหรอเนี่ย? กลัวจริงๆ เหอะ!” “ฉันจะให้โอกาสคุณอีกครั้งเดียว บอกมาว่าคุณต้องการอะไรจากฉัน หรือไม่ก็ออกไป หรือไม่อีกที ฉันจะฆ่าคุณแน่ๆ”

 

“ตอนแรกข้าก็ต้องการแค่เพื่อนนั่งกินมื้อดึก แต่เจ้าช่างไม่สุภาพ แถมไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ข้าถึงเป็นราชาแห่งแอสการ์ด แต่เจ้ากลับแสดงท่าทีแบบนี้ แต่ก็ดีว่าข้าเห็นใจนะ” เขาเลิกคิ้วก่อนจะเอ่ยปากพูดต่อ “ข้าเห็นเจ้าดูมีปัญหา ก็แค่อยากช่วย ว่ากันตรงๆ จิตใจของเจ้ากำลังวุ่นวาย และสิ่งที่ข้าชื่นชอบคือความวุ่นวาย เหมือนเป็นอาหารเลี้ยงจิตใจข้าละ ข้าเลยคิดว่าถ้าข้าได้สัมผัสความวุ่นวายในใจของเจ้าเอง มันก็จะหายไปจากใจเจ้า เพราะข้าจะจัดการมันเอง มันจะถูกกำจัดด้วยความช่วยเหลือแห่งข้า เทพเจ้าแห่งความวุ่นวาย นั่นไม่ดีเหรอ?” เขายิ้มพรายปิดการขาย เอ้ย หลังพูดจบ น่าแปลกที่คำพูดนี้ช่างมีอิทธิพลกับฉันอย่างประหลาด เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กตัวเล็กๆ มีคนอาสาจะช่วยแบ่งเบาเรื่องยุ่งๆ มีคนพาเดินไปใหนมาใหน นั่นทำให้ฉันเห็นด้วยและต้องเงียบอย่างไม่มีข้อแม้

 

“เจ้ายอมฟังข้าซักทีสินะ” โลกิพูดด้วยแววตามีประกาย “เอาล่ะมนุษย์ ความรักทำให้เจ้าร้อนใจยังไงกัน ข้าเดาความคิดคนออกเสมอล่ะนะ คนมันเพอร์เฟ็คทำไงได้” ฉันรู้สึกตงิดจะเอาซอสกรอกปากอีตานี่กับคำหลังนี่แหละ “แค่..แค่โดนให้ความหวังน่ะ” ฉันพูดอุบอิบ “อ้อ..ความไม่ชัดเจนนี่เองที่ทำให้เจ้าเกิดรู้สึกวุ่นวาย ถ้าอย่างนั้นทำไมเจ้าไม่พูดตรงๆ”

 

“คือก็อยากหรอกนะ แต่ฉันไม่มีโอกาสได้เจอเขาน่ะ” เฮ้อ..กระดากปากยังไงไม่รู้ที่ต้องเล่าให้คนแปลกหน้าฟัง

 

“ถ้าแบบนี้ วิธีที่เห็นผลเร็วที่สุด คือให้บทเรียนเขา ให้เห็นผลของความไม่ชัดเจนที่เขาทำต่อเจ้าว่ามันร้ายแรงเพียงใด”

 

“แล้วจะทำได้ยังไง ฉันไม่มีวันให้เขาต้องมาเป็นแบบฉันหรอก!”

 

“นี่ โรคร้ายมันยังต้องรักษา ไม่ว่าจะเจ็บแค่ใหนก็ต้องทำ ถ้ามัวนิ่งอยู่เมื่อไรเจ้าจะคลี่คลายมันได้!” โลกิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฉันเสไปมองทีวีบนผนังที่กำลังฉายสปอตโฆษณาเรื่องคู่กรรมซับอังกฤษอยู่ “เหมือนชายหญิงคู่นั้นยังไง จุดจบของการไม่คิดจะคลี่คลายปมในชีวิต เมื่อปล่อยไว้มันก็ร้ายแรงแบบนั้น”

 

ไม่นะ โกโบริ โกโบริอยู่ที่ใหน!!!…เสียงนางเอกสะอึกสะอื้นดังออกมาให้ได้ยิน

 

บรรยากาศที่โต๊ะเริ่มดราม่าขึ้นเรื่อยๆ

 

“เจ้าอยากมาเรียกร้องสิ่งที่ผ่านไปแล้วแบบนั้นหรือ? เชื่อข้า ให้บทเรียนเขา ทำให้เขาได้รู้ว่าถ้าเขาเป็นแบบเจ้าบ้าง ถ้าเขากลายเป็นคนอีกคนหนึ่งที่ไม่เคยได้อยู่ในความคิดและหัวใจของใครจริงๆ มันจะเป็นเช่นไร” แววตาเขาหนักแน่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรื่นเริงและหัวเราะอะฮิฮิฮิปากกว้าง   “ดูเจ้าสิ อึ้งเชียว เอาละ ข้า..”

 

ยังไม่ทันที่โลกิจะพูดจบก็มีสายฟ้าผ่าลงตรงหน้าร้านทำเอาต้นไม้ริมฟุตบาทไหวสนั่น สีหน้าโลกิเปลี่ยนเป็นตกตะลึง และรีบพูดรวบรัดตัดบท “ข้ามีปัญหากับเรื่องลมฟ้าอากาศนิดหน่อย เอาเป็นว่าถ้าเจ้าอยากให้มีช่วงเทพแอสการ์ดพบประชาชนเมื่อไรก็มองหาข้าได้เสมอ ไปล่ะ”

 

แล้วเขาก็ค่อยๆเลือนหายไปในแสงสีเขียวอมทอง ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะนั้นคนเดียว.

 

tbc.

 

ปล. ดีใจจัง @nh2dpun คุณปันมาแล้ว คุณปันรออ่านใช่มั้ย นี่ไงพาร์ทของมีมี่ แต่ยังไม่จบนะ  (พาร์ทของเราก็จบแล้วนะ) ไม่ต้องรีบอ่านนะ....เราบอกเฉยๆ ส่วนนี้เพิ่มเติมค่ะ ไม่ใช่กติกานะ แค่จะอธิบายว่ามันอิสระเสรี มากๆๆๆ >> http://mind-cathedrool.tumblr.com/post/47367579483

 

edit @ 9 Apr 2013 21:39:24 by concuben

Comment

Comment:

Tweet

@kakeru382@concuben 
มาแล้วค่าาา
ยินดีที่ได้รู้จักน๊าาา   พี่มินนี่แนะนำซะเขินเลย 5555+  

#15 By Batchboy's Lady on 2013-04-23 08:47

@kakeru382 เฮฮฮฮฮฮฮฮฮ น้องภีมมาแล้ววววววววววว มามะ พี่แนะนำให้รู้จัก @camillabatch น้องมีมี่นะ น้องมีมี่เขียนโลกิได้ดีที่สุดเท่าที่พี่อ่านมาเลยอะ พูดจริงๆ.... ไม่ใช่เพราะพวกเดียว แนะนำไว้จะได้ช่วยพี่กดดันตอนใหม่ 5555

#14 By concuben on 2013-04-23 08:42

โฮ้วววว ตามมาอ่าน เกรซแอบรั่วดีแฮะ ชอบ 
ส่วนโลกิ กลัวพี่ธอร์สินะ สินะ
@concuben  พี่มินนี่ ภีมสมัครเอ็กซ์ทีนละนะ 5555555 open-mounthed smile

#13 By PeEm_KaKeRu on 2013-04-23 02:42

โฮ้วววว ตามมาอ่าน เกรซแอบรั่วดีแฮะ ชอบ 
ส่วนโลกิ กลัวพี่ธอร์สินะ สินะ
@concuben  พี่มินนี่ ภีมสมัครเอ็กซ์ทีนละนะ 5555555 open-mounthed smile

#12 By PeEm_KaKeRu on 2013-04-23 02:42


สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ
ปีใหม่ไทยแล้ว เหมือนขึ้นต้นปีใหม่สองครั้งตั้งแต่มกราคมนะคะ ^^
มีความสุขมากๆค่ะ ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วย
การงานราบรื่น เป็นปีที่ดียิ่งๆขึ้นไปอีกปีนะคะ

#11 By PurE on 2013-04-14 08:36

@camillabatch โอเคจ้า ปลายเดือนเจอกันนนนนนน กำลังพยายามทำโปสเตอร์เชอร์ล็อกบ้าง แต่แบบว่าปลวกมาก รับไม่ไหวเลย

#10 By concuben on 2013-04-11 12:25

@nh2dpun คุณปัน คือเราว่ามันก็คงเป็นธุรกิจเสริมของพี่กิแกมั้งคะ รออ่านนะคะ สู้ๆ
@concuben พี่มินนี่เรียกหนูน้องเกรซซซซซซ แอ๊!! ฮ่าๆๆๆ 
ตอบยาวมากจิมๆ พิมพ์ซะเพลินเลยคะ 5555 ตั้งแต่พรุ่งนี้ก็ขอพักฟิคไปก่อน เพราะต้องเดินทางแล้ว อั่มม ปลายเดือนถึงจะได้กลับมาคะ แต่ก็ไม่แน่อยู่ถ้าไม่ทำอะไรที่บ้านก็คงนอนเขียนฟิค 55 สงกรานต์แล้วเนอะ เร็วจริงๆ

#9 By Batchboy's Lady on 2013-04-10 19:12

@nh2dpun ถ้าเป็นคุณปันเขียนเราจะตื่นเต้นนิดนึง ว่าจะลงเอยเยี่ยงไร
@ น้องเกรซ เอ๊ย!!! @camillabatch  คำถามที่พี่ส่งไปทาง tumblr ตอบข้อแรกกับข้อสุดท้ายพอนะคะ ข้อสองไม่ต้องก็ได้ ตัดๆแล้ว แต่ขี้เกียจตอบไม่ตอบเลยก็ได้จ้า

#8 By concuben on 2013-04-10 12:19

...เหอๆ ยังจบไม่ลงขอรับ รอดูว่าพาร์ทนี้จะต่อเช่นไร...

#7 By FIEPun on 2013-04-10 12:18

@nh2dpun ลุ้นอยู่ว่าพาร์ทไม่วาย จะจบยังไงหนอ

#6 By concuben on 2013-04-10 12:05

พรืดดดดด โลกิ นายขายตรงตั้งแต่เมื่อไหร่ เกรซน่าสงสารอ่ะ เป็นผู้หญิงต้องอดทน โธ่วๆ รอพาร์ทต่อไปนะครับผม

#5 By FIEPun on 2013-04-10 11:50

@concuben @doctorblueberry งืออ ขอบคุณค่าา เห็นฟีดแบ็กแบบนี้แล้วดีใจจัง มีคนชอบงานที่เขียนด้วย ขอบคุณจริงๆค่ะ ^___^  ขอบคุณพี่มินนี่ด้วยคะที่ลงให้ จะพยายามคีพให้ไม่หลุดแนวแล้วก็รักษาอารมณ์ให้เท่าๆ กันต่อไปนะ จะได้อ่านแบบลื่นไหล ไม่งง จริงๆ เขียนในมุมเกรซอย่างเดียวไม่ได้ค่ะ ที่ยากคือต้องสื่อพาร์ทของผู้ชายเนี่ยดิ ยากจริง ขอไปหาแนวแป๊ปนึงแล้วตอนต่อไปจะมาคะ ขอบคุณที่อ่านแล้วชอบกันนะค๊าาา ยินดีเลยค่า 

#4 By Batchboy's Lady on 2013-04-09 22:13

@camillabatch @doctorblueberry เนอะ คุณเพียว น้องมีมี่เขียนดีอะโดยเฉพาะพาร์ทโลกิ ทำให้เรารีคอลออกมาเลยว่าทำไมเราถึงรู้สึกว่าโลกิน่าสนใจ ทั้งที่ถ้าในทำเนียบตัวร้ายแล้วเราไม่ได้ชอบโลกิมากนัก แม้ว่าจะใช้สมองก็ตาม คือเราเพิ่งนึกออกจากการอ่านเรื่องนี้ (ไม่ได้อวยจริงๆสาบานได้) ว่าเราชอบเพราะมันมีเสน่ห์แบบนี้อะ ไม่ใช่เพราะเป็นตัวร้าย ชอบมากกกกกกก 
ปล. เอารุปน้องมีมี่มาแปะแล้ว น้องมีมี่ไม่ถือเนอะที่พี่ถือวิสาสะ

#3 By concuben on 2013-04-09 21:30

@camillabatch 55555 อ่านแล้วขำได้เลยค่ะคืออ่านแล้วรู้สึกว่าจะเป็นพวกเกรซได้ไม่ยากเลยอ่ะเราเนี่ย อ่านแล้วสงสารเธออ่ะค่ะ อุตส่าห์รอตั้งนานได้คุยสามนาทีแค่เนียะ แล้วจอห์นนนนน คืออะไร คืออัลไลลลลล (ขอวิบัติเสียงเพื่ออธิบายอารมณ์ตอนอ่านหน่อยนะคะ ฮ่าๆๆ) คุยแค่นั้น ไม่สงสารชีบางหรือ รอตั้งนานนนนนน

พออ่านมาถึงในร้านอาหาร โอ้ววว ราชาแห่งแอสการ์ด เอิ่ม พีมาจากไหนคะ เอิ๊กกกก เรื่องป่วนชาวบ้านนี่งานถนัดพี่เลยใช่มั้ย พี่โลกิ ตลกมากกก ตอนที่บอกว่าอยากให้มีช่วงเทพแอสการ์ดพบประชาชน เอิ่ม พี่เป็นตัวร้ายของประชาชนจริงๆค่ะ ชอบอ่ะค่ะ 

รออ่านตอนต่อไปนะคะ ^^

#2 By PurE on 2013-04-09 19:25

ขอประเดิมเม้นท์แรกเลยว่า มันช่าง....เป๊ะมาก ยิ่งตรงโลกินะ พี่นึกหน้าโลกิ แห่งแอสการ์ดออกมาได้เลยว่าเหมือนเวอร์ๆค่ะ คารวะ ชอบจัง
ส่วนอิมเมจของเกรซ เป็นคาร่านี่ก็ดีนะ พี่ว่าใช่เลยไม่ขัดกับเรื่อง ไปกันได้ดีเลยแหละ ชอบมากๆๆๆๆ   
รออ่านตอนต่อไปค่ะ สนุกดี คือหนุเล่ามุมเกรซสิเนอะ

#1 By concuben on 2013-04-09 12:09