เผื่อใครหลงมาเจอ ตอนก่อนๆหน้านี้อยู่ตรงนี้ทั้งหมดค่ะ

http://concuben.exteen.com/fic-sherlock <<< ติดตามได้ทั้งหมดตรงนี้ค่ะ 

 

 

Rating: จากอาร์ลดลงมาเกือบๆอาร์แล้วค่ะ คือคิดว่าอ่านแล้วแค่อยากเล่าไอเดียเฉยๆนะไม่ได้กะจะยั่วยุอารมณ์ใดๆ เหอๆๆ 

 

คำเตือน: ยาว เวิ่นเว้อ และลามก …..ยาวแบบสองเท่าของตอนที่แล้วเลยค่ะ อ่านแบ่งๆก็ได้ ไม่ต้องรีบ ใครสัญญาว่าจะเม้นท์มาเม้นท์ด้วยนะ ใครแอบอ่านมาเปิดเผยตัวหน่อย สงสัยจริงๆว่าเรื่องนี้มีคนอ่านกี่คน... 

 

  -   -     -     -    -     -

 เชอร์ล็อกออกมาจากบ้านหลังจากวิกเตอร์ไปได้ไม่นาน แล้วแทนที่วิกเตอร์จะไปกับคนขับรถ...วิกเตอร์ดันทิ้งไว้ให้ขับไปส่งเขาที่บ้านแทน แล้วตัวเองก็ไปขับรถทำเป็นพระเอกหรือนายเอกเอ็มวีที่ไหนก็ไม่รู้ เชอร์ล็อกเลยได้ทีนั่งไปก็ชวนคนขับรถคุยไปแนวๆ ยุให้ตำ ชื่อเชื่อไม่ต้องถามมันแล้ว ….


 

ถ้ามันได้กันเมื่อไหร่ รับรองว่าเดี๋ยวก็รู้

 

 

และในเมื่อวิกเตอร์มันเชื่อว่าคนอกหักหวั่นไหวง่าย แสดงว่ามันนั่นแหละเป็น….ดังนั้นหวั่นไหวแบบนี้ หล่อแบบนี้ ล่ำแบบนี้ มีใจแบบนี้ ท่าทางแรงดีแบบนี้ ….ไม่นานเกินรอ

 

 

ขี้คร้านจะขอบคุณ … หึหึ

 

 

เขาจำเป็นต้องชิปคู่นี้ ไม่ใช่แค่เพราะไอ้วิกเตอร์มันทำเขาเจ็บใจมันเลยต้องเจ็บตรูด ป่าวเลย เขารู้ว่าเจ็บก็แค่ทีสองทีเท่านั้นแหละ … แต่ประเด็นคือ เขากับวิกเตอร์จะได้จบๆกันไปสักที ไม่ต้องมาคาราคาซังแล้ว และถ้าเขาโชคดีได้ลงเอยกับจอห์น จอห์นเห็นสารรูปกิ๊กที่ยังโสดแล้วหุ่นกับหนังหน้ากิริยายังกับเทพบุตรแบบนี้ คงจะเกิดปัญหาครอบครัวแน่ๆ

 

 

ดังนั้นเขาควรจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ถ้าหึงจะได้บอกได้

 

 

“แหมจอห์น…. แฟนมันหุ่นยังกะรถยก… มันคงจะแลฉันหรอก….”

 

 

จบไปอีกหนึ่งประเด็น….

 

 

แต่ที่เหมือนจะจบนานแล้ว แต่ยังไม่จบคือเรื่องเขากับจอห์นต่างหาก ก็รู้แล้วว่ารัก แต่ปัญหามันก็คือเขาเริ่มไม่แน่ใจว่า มันมีทางแก้ทางเดียวจริงหรือ เพราะเขาก็เพิ่งนึกได้เมื่อครู่ว่าทางใจแล้ว วิกเตอร์อ่อนแอกว่าเขา เขาไม่ควรไปถามมันเลย… จริงๆเขาควรหาคนที่ใจหินไปกว่านี้..

 

 

ไมครอฟท์….

 

 

เอาเหอะ….

 

 

เชอร์ล็อกดันนึกขึ้นมาได้ถึงตรงนี้พอดีตอนถึงประตูหน้าแฟล็ต…มิสซิฮัดสันเจอเขาก็โผเข้ากอด แต่เขาก็บอกว่า “ขอตัวก่อนนะครับ ผมมีเรื่องต้องขบคิด” แล้วกระโดดแผล็วขึ้นบันได พอถึงห้องก็จัดแจงถอดโค้ท กระโดดลงเตียง … หยิบโทรศัพท์มาเปิดไลน์ จ้องข้อความของจอห์นที่ส่งมา

 

 

“ลูกฝากถามว่า...ตายหรือยัง”

 

 

ทำไมก็ไม่รู้เขารู้สึกว่าเขาอยากตอบมากๆ อยากตอบใจจะขาด เพราะจอห์นส่งมาด้วยอารมณ์ที่มันมากกว่าความเป็นห่วงธรรมดา แต่ไอ้ที่ว่ามากกว่า มันก็ไม่รู้ว่าแค่ไหน เพราะจอห์นห่วงทุกคนบนโลกใบนี้ เจอกล่องสาธารณะอะไรก็หยอด แม้แต่เด็กในซูดานไม่รู้จักมักจี่จอห์นก็หยอด หมาโดนรถชน เพื่อนหญิงพลังหญิง อะไรจอห์นก็เห็นใจสงสารเต็มที่ทั้งนั้น ….

 

 

แล้วนี่จะมาฟินเรื่องอะไรวะ??? กะอีแค่ห่วงจนโมโห เพราะเราไม่ตอบไลน์….

 

เชอร์ล็อกพยายามนึก ถึงเหตุและผลต่างๆ เพื่อที่จะแยกแยะอารมณ์ และเปรียบเทียบกับตัวตนของจอห์น โดยประมวลจากประสบการณ์ที่เขากับจอห์นได้อยู่ร่วมกันมา แต่คิดสะระตะยังไม่ทันจะเสร็จ เขาก็ได้ยินเสียงรถแท็กซี่ สงสัยมิสซิสฮัดสันโทรบอกจอห์นทันทีที่เขาโทรบอกเธอว่าจะกลับมาบ้านวันนี้ตั้งแต่ยังไม่ลุกจากเตียงวิกเตอร์

 

เขามองไปที่จอห์นที่กำลังเดินเร็วๆและเชอร์ลีนที่สะพายเป้ก้าวฉับๆตามหลังเพื่อเข้าบ้าน ด้วยท่าทางรีบร้อน ถ้าจอห์นไม่ใช่คนจิตใจอ่อนโยนขี้สงสาร ขี้เป็นห่วงชาวบ้านร้านตลาดหละก็ ป่านนี้เขาคงนอนฟิน ต่อให้แดดิ้นขาดใจตายตรงนี้ก็ไม่เสียดายชีวิต

 

 

 “เชอร์ล็อก!!!”

 

 

เชอร์ล็อกได้ยินเสียงจอห์นตะโกนมาจากบันไดชั้นหนึ่ง คงจะกำลังวิ่งขึ้นมา …

 

ชัดเลย…

 

ไม่รู้ว่าสมองจะประมวลผลว่าจริงมั้ย…. แตพาร์ทความรู้สึกของเชอร์ล็อกกำลังตะโกนกู่ก้องว่า เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา

 

เชอร์ล็อกคว้าหมอนมากอดสงบสติอารมณ์….ศพ ศพ ศพ ศพ เละเทะ สมองไหล ม้ามแตก เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา เขาเป็นห่วงเรา….. เชอร์ล็อกเอาหมอนที่ตัวเองกอดดับความรู้สึกสดชื่นหวานอยู่ในอกฟาดเตียงเพื่อเรียกสติ แล้วรีบหยิบมือถือที่เปิดหน้าไลน์ทิ้งไว้ เพื่อมาอนุมานครั้งสุดท้าย เผื่อมันจะฟลุกทันเวลาเหมือนคราวซุปเปอร์โนว่า

 

เอาวะ … เรื่องที่เราไม่รู้มาก่อนทั้งคู่….

 

 

แต่ก็คิดไม่ออก เขาเลยทำได้แค่ชักสีหน้ามาเป็นเรียบเฉย เพราะตอนนี้จอห์นกำลังไขกุญแจเข้ามาแล้ว

 

 

จอห์นเปิดเข้ามาอย่างงงๆ

 

เตียงหาย!!! + เชอร์ล็อกเพิ่งมาจากบ้านเพื่อน??

 

หรือมันไม่ต้องการเรา เพราะมีคนมาแทนแล้วเหรอวะ?? จอห์นใจหล่นหายไปที่ตาตุ่ม แถมเชอร์ล็อกที่เขาเห็นอยู่บนเตียง กำลังมองเหม่อออกไปนอกห้อง ไม่ได้หันมามองเขาสักนิด แล้วไหนจะเรียกไม่ขาน ไลน์ก็ไม่ตอบ….

 

เชอร์ล็อกไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี เลยทำหน้านิ่งๆไว้ก่อน จอห์นก็เกิดอาการเก้ๆกังๆ ก่อนนั่งลง สิ่งที่เขาเตรียมมาบอกเชอร์ล็อกก็เลยสั่นคลอน เพราะเอาจริงๆนอกจากเตียงหายแล้วไม่ยอมตอบอะไรเลย แถมยังทำเหมือนไม่มีเขาอยู่ในห้องแล้ว มานึกๆดูมันก็ทำไม่สนใจทั้งตอนเขาขนของออกไปแล้วนี่นา

 

เย็นชาทั้งขาไปและขากลับแบบนี้…

 

ที่เราเตรียมมาพูดก็คงพูดไม่ได้แล้วมั้ง??

 

เชอร์ล็อกนิ่งแต่จริงๆแล้วตื่นเต้นจัด หน้าเลยแดงๆระเรื่อๆ จอห์นเลยหันหลังมือให้แล้วยกขึ้นมาทำท่าเหมือนจะทาบๆหน้าผาก แต่ท่าทางเหมือนไม่กล้าหรืออะไรสักอย่างที่เชอร์ล็อกไม่อาจจะคิดออกมาได้ตอนนี้ เชอร์ล็อกเลยก้มลงมาจนหน้าผากแตะกับหลังมือของจอห์นแล้วพลิกหน้าผากไปมาช้าๆ ให้จอห์นวัดอุณหภูมิคร่าวๆได้

 

“ตัวก็ไม่ร้อนนี่” จอห์นทักอ้อมแอ้มก่อนชักมือกลับ

 

เชอร์ล็อกนึกสมเพชที่วันนี้เขาจำต้องปล่อยให้ความรู้สึกมาครอบงำความคิด แล้วนี่ก็ไม่รู้ว่าจอห์นอารมณ์ไหนทำไมวันนี้แปลกๆไปเลยทำให้เขายิ่งงงเข้าไปใหญ่ โดนวัดไข้แล้วก็อดนึกถึงวันที่เขาปราบไอรีนไม่ได้ ตัวเองก็พูดสั่งสอนไอรีนซะดิบดี แต่ดันมารู้สึกเหมือนกำลังจะพังเพราะแค่เห็นหน้ากับได้ยินเสียงจอห์น…แถมใจยังเต้นตูมตามกะอีแค่จอห์นเอามือมาจับหน้าผาก

 

 

หมดกัน…คงจะไม่มีทางแก้แล้ว....

 

 

นี่ถ้าโดนวัดชีพจรแบบไอรีน จอห์นคงรู้แล้วหละว่าเขาคิดอะไรอยู่…แบไต๋จนสภาพ poker face หมดประโยชน์แบบนี้ต่อไปจะเล่นเกมชนะใครได้อีก

 

 

เชอร์ล็อกปลง… แต่เวลาคนเราปลง สมองจะโล่งไปหนึ่งอึดใจ และนั่นแหละความคิดต่อไปนี้ก็แทรกเข้ามาในหัวของเขา…

 

เอ๊ะ….

 

ไอรีนแพ้เพราะยอมให้อารมณ์ความรู้สึกมานำทั้งที่เล่นเกมอยู่ แล้วก็เอาความรักความรู้สึกมาเล่นเป็นเกมต่างหากหละถึงได้แพ้!!!

 

 

….นี่มันใช่เกมที่ไหนหละ…. นี่มันเรื่องความรัก ให้ความรู้สึกบอกว่าจะคิดยังไงต่อไปก็ถูกแล้ว…!!! ส่วนเรื่องเกมก็ใช้หัวนำใจไปสิ…

 

ตอนนี้ความสั่นไหวสั่นคลอนหวาดกลัวก็ยังอยู่ไม่ได้หนีไปไหน…แต่ไปนอนก้นในที่ของมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เชอร์ล็อกมั่นใจว่าจะดีลกับจอห์นต้องให้ความรู้สึกเป็นตัวบอกว่าจะทำยังไงต่อไปนั่นแหละดีที่สุด…

 

 

เห็นเงียบไปนาน จอห์นเลยทักอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย “ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วทำไมไม่ตอบหละเชอร์ล็อก”

 

 

เชอร์ล็อกหยิบโทรศัพท์มาดูทำเป็นไม่สนใจ เชอร์ล็อกไม่ได้เป็นอะไรหรอก แต่ถึงคิดเสร็จแล้วเขาก็ยังไม่ได้ออกตัวเสียทีเดียว เพราะหลังสองขวบเขาไม่เคยไม่ใช้เหตุผลแก้ปัญหา(แม้จะไม่ใช้เหตุผลในการสร้างปัญหาเท่าไหร่ก็ตาม) เลยมีอาการเหมือนเพิ่งฟื้นจากอุบัติเหตุแล้วหัดเดินวันแรก กว่าจะพูดได้ก็เลยเหมือนพิกุลกำลังจะร่วงออกจากปาก

 

“มีแผลนิดหน่อย แล้วก็เจ็บคอ พอดีอากาศมันเย็น ตอนที่ฉันหลบอยู่หนะ” เชอร์ล็อกก็ยังไม่มองเหมือนเดิม มองแต่โทรศัพท์

 

จอห์นรู้สึกว่าเชอร์ล็อกไม่ค่อยอยากจะพูดด้วยยิ่งรู้สึกใจหาย หลังจากที่เพิ่งตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม...แล้วท่าทางมันไม่ได้เป็นอะไรมาก….แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกเป็นห่วงลดลง

 

 

“ไปโรงพยาบาลมาหรือยังหละ”

 

 

“ไม่ได้ไป…ไปบ้านเพื่อนมา” เชอร์ล็อกตอบอย่างไม่ได้มองหน้าเหมือนเดิม มีเลิกๆคิ้วนิดหน่อยๆ เหมือนคิดอะไรคาหัวอยู่ จอห์นจากที่ใจโหวงๆเลยรู้สึกเริ่มๆจะเดือดนิดๆ เขาก้มมองตักตัวเอง ส่ายหน้าสองสามที เชอร์ล็อกเหลือบตามามองด้วยสี