สำหรับคนที่หลงมาเจอ จะบอกว่าฟิกเรื่องนี้เขียนจนจบพาร์ทความสัมพันธ์จอห์นล็อคแล้วค่ะ  http://concuben.exteen.com/fic-sherlock <<< ติดตามได้ทั้งหมดตรงนี้ค่ะ

ต้องขึ้นมาด้วยคำขอโทษผู้อ่านทุกท่านจริงๆค่ะเพราะ...

1.เลื่อนแล้วเลื่อนอีก

2. ดันเขียนยาวเลยแบ่งตอนจบเป็นสองตอนค่ะ อีกสามวันจะลงใหม่ค่ะ นี่ก็ยาวมากกกกกก เลยสงสารคนอ่านค่า

3. มันเวิ่นเว้อมากค่ะ สงสารคนอ่านมากๆๆๆๆ

 

แต่อย่างไรก็ดี เราขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนจริงๆค่ะ อ่านก็ดีใจ ไม่อ่านไม่เป็นไร ชอบก็ยินดี ไม่ชอบก็เข้าใจจริงๆค่ะ 

-   -     -     -    -    -

จอห์นเดินดุ่มๆจากห้องตรวจมุ่งแน่วไปยืนรอโบกแท็กซี่ทันทีที่งานเลิก แล้วก็ถอดเสื้อกาวน์มันตรงป้ายรอแท็กซี่นี่แหละ ลืมถอดตั้งแต่ในคลินิกมัวแต่คิดอะไรเพลิน ก็จะอะไรซะอีก สี่ห้าวันมานี้หลังจากที่เขากับเชอร์ล็อกแยกกันอยู่จริงๆจังๆ ใครๆก็อยากรู้เรื่องเขากับเชอร์ล็อก ไม่ถามก็แอบเม้ามอยลับหลัง….ยังไม่อยากจะนับว่าหนึ่งวันมานี้เชอร์ล็อกไม่รับโทรศัพท์ ไม่ใช่สิ เหมือนแบ็ตหมดแล้วไม่ยอมชาร์ต ถามใครก็ไม่รู้เรื่อง

 

 

 

ไปแจ้งความตำรวจไม่รับแจ้งความ

 

 

 

เพราะเขาเป็นแค่เพื่อน….

 

 

 

เลสตราดก็ช่วยอะไรไม่ได้... เพราะเขาเป็นสก๊อตแลนด์ ยาร์ด...ไม่ใช่ตำรวจท้องที่...

 

 

 

“จอห์น…ผมไม่รู้จริงๆว่าเชอร์ล็อกมันหายไปไหน…คือถ้ามันไปทำคดีก็คงจะเป็นเพราะหาเอง ไม่ก็ต้องมีศัตรูใหม่ …เอ่อ อาจจะเป็นแฟนคลับ….ผมเข้าใจที่ว่าคุณคือคนที่เป็นห่วงและรู้เรื่องเชอร์ล็อกมากที่สุด แต่ถ้าทางบ้านเขาไม่ได้ออกตามหา คุณก็ต้องเข้าใจพนักงานสอบสวนด้วยนะ…ถ้าเขาไม่ได้ติดตามข่าวคุณกับเชอร์ล็อกนัก เขาอาจจะรู้จักแค่เชอร์ล็อก...เพราะงั้นในสายตากฎหมาย…

 

 

 

…คุณคือคนอื่น…

 

 

 

 

 

….แล้วที่สำคัญ คุณไม่ได้อยู่ในเวลาที่เขาหายตัวไป เขาก็หายไปแค่หนึ่งวัน ... มันผิดสังเกตจริงอยู่ แต่มันยังอ่อนเกินไปที่จะทำให้เจ้าพนักงานออกตามหา”

 

 

 

จอห์นฟังแล้วหมดแรง…ก็เพราะเป็นคนอื่นนี่แหละ ตำรวจถึงไม่ได้รับรู้ว่า การที่คนอย่างเชอร์ล็อกจะแบ็ตหมดแล้วไม่ชาร์ตโทรศัพท์ ทั้งที่พึ่งพาสมาร์ทโฟนยังกับอะไรดี...แล้วถ้าจงใจหายไปเพราะทำคดีสนุกๆ มันเป็นไปไม่ได้ที่ไม่มีเขา เพราะมันเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะกลับไปคืนดีกับมันโดยไม่ต้องออกแรงง้อทั้งที่ทำเรื่องเหลือกินไปแล้ว...มันไม่ใช่เรื่องปกติ...

 

 

 

นี่เขาทำได้แค่รอเท่านั้น… และนอกจากเขากับมิสซิสฮัดสัน และเชอร์ลีน ก็ยังไม่มีใครเป็นทุกข์เป็นร้อนกับเรื่องนี้เลย … ในเมื่อทุกคนไม่ใยดี … เชอร์ล็อกคงจะปลอดภัยมั้ง…มันก็วันเดียวเองนี่นา…อีกอย่าง ไมครอฟท์บอกว่าส่งคนไปตามแล้ว แต่ยังไม่อยากแจ้งความ แล้วมันก็หายไปแบบนี้บ่อยๆ...และไมครอฟท์ก็บอกว่างานยุ่ง

 

 

เอาเหอะ ทำใจเย็นก็ได้วะ

 

 

 

เออ...ไอ้ที่ไม่รู้ ก็ไม่รู้ข่าวเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสนิทกันแค่ไหน ไอ้พวกที่รู้ก็ชิปก็ชงให้เพื่อนกลายเป็นแฟนกันซะอีก…เอาวะ…แจ้งความไม่ได้ก็ดีเหมือนกันนะ เขาเองก็ไม่ได้อยากจะออกตัวแรง เพราะจะยิ่งตอกย้ำรูปหลุดที่เพิ่งหลุดสดๆร้อนๆเมื่อไม่กี่วันมานี้ แล้วไหนจะไอ้ตัวพ่อมันเคยมาดักรับหน้าคลินิก หนำซ้ำยังไม่พอ ขนาดแยกกันอยู่ตัวลูกก็ยังมานั่งทำการบ้านหน้าคลิกนิกรอเขาทุกวัน เมื่อวานนี้ยิ่งหนักเอาเพื่อนมาด้วย เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ เพราะหนูเชสก้ายังดูงุนงงอยู่เลยว่าเป็นตัวเองกลายเป็นเพื่อนหนูเชอร์ลีนไปตั้งแต่เมื่อไหร่…แล้วทำไมจะต้องมานั่งเล่นกับเชอร์ลีนด้วย เชอร์ลีนก็ทำหน้าสลักสำคัญ พูดนั่นพูดนี่จนเชสก้าเผลอเออออห่อหมก … วันนี้ก็ยังดีที่เย็นนี้เชอร์ลีนมีออดิชั่นเลยไม่มารอเขา ไม่งั้นคงไม่ได้คิดอะไรมัวแต่เกร็ง เพราะเดินด้วยกันทีไรเชอร์ลีนก็เหมือนผีเข้า อยู่บ้านเรียกอาแต่ต่อหน้าชาวประชาดันเรียกพ่อ แถมบางทีก็เรียกซะดังคับคลินิก…

 

 

 

ตั้งแต่เขากลับออกมาจากถ้ำ ได้มาเจอผู้คน เขาจึงได้เห็นแต่ฟี้ดแบ็ค ได้เห็นโลกเสมือนจริงของจอห์น วัทสันเวอร์ชั่นเกย์ ที่มีทั้งคนทำหน้าแปลกๆใส่ นักเลงคีย์บอร์ด ไปจนถึงกองเชียร์

 

 

 

โดยรวมแล้วกระแสมันเฟรนด์ลี่ย์กับเขามากกว่าที่คิด คือไอ้ที่แย่ๆเขากลับไม่รู้สึกแคร์ แล้วไอ้ที่ดีก็เยอะกว่า แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรน่าเซ็งเลย เพราะไม่ว่ากระแสจะบวกหรือลบ ฟี้ดแบ็คมันดันออกมาทางเดียวกันหมดคือ …

 

 

 

กูว่าแล้ว….มันต้องเป็นแฟนกัน

 

 

 

“แหม รู้ดีกันจังนะ รู้มากกว่ากูอีก” จอห์นคิด ก่อนจะส่ายหัวเบาๆสลัดความคิดเรื่องข่าวฉาวของเขากับเชอร์ล็อก เดี๋ยวจะพาลเซ็ง ใช่ เซ็ง…. เขาก็ไม่อยากเลยที่จะรู้สึกแบบนี้ เพราะตั้งแต่เขามีอาการซึมเศร้าหลังจากเชอร์ล็อกหายตัวไป จนเชอร์ล็อกกลับมาเขาก็ไม่สามารถโกรธเชอร์ล็อกได้อีกเลย เขาไม่อยากจะเป็นแบบนี้ และไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน แต่เขาก็ต้องยอมรับ ที่ทำให้เขาเซ็งคือความย้อนแย้ง เพราะเขารู้สึกรำคาญใจทั้งขึ้นทั้งล่อง กับคนอื่นเขาก็อยากจะตะโกนกู่ก้องว่า “กูไม่ใช่เกย์!!!!!!!!!!!” แต่ทำไปก็ดูร้อนตัวเปล่าๆ อยู่เฉยๆเดี๋ยวคนก็ลืม แล้วกับเชอร์ล็อก ในขณะที่คนอื่นคิดว่าเขากับเชอร์ล็อกเป็นคนรักกัน แต่เชอร์ล็อกดันปฎิเสธเขาถึงสองครั้ง ครั้งแรกคือวันแรกที่เจอกัน ทำหน้าตกใจยังกับเห็นผีตอนที่คิดว่าเขาจะชวนเดท ครั้งที่สองก็คือครั้งล่าสุดที่เจอกัน ดันเอาเรื่องนี้มาล้อเล่นซะอีก…

 

 

 

 

 

“มันเป็นแค่การทดลองหนะจอห์น”

 

 

 

มันน่าเซ็งมั้ยหละถ้าใครสักคนไม่ใช่เกย์ แต่ถูกมองว่าเป็นเกย์ และเป็นคนรักของคนที่พยายามปฎิเสธคุณสุดชีวิต และยังไม่มีวันที่จะรู้สึกแบบนั้นกับคุณเลยอีก แถมยังเอาเรื่องนี้มาทดสอบมิตรภาพเพียงเพราะไอ้หมอนั่นอยากรู้ว่ามันจะทำอะไรกับคุณได้บ้างถ้ายังเป็นเพื่อนกันอยู่ แล้วที่แย่ที่สุดคือคุณโกรธเขาไม่ลง และไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อะไรมันไปกั้นไว้ แต่ที่แย่ยิ่งกว่าแย่ … คือแทนที่คุณโกรธไม่ลงแล้วจะอารมณ์ดีมีความสุข แต่คุณกลับเซ็ง ….

 

 

 

จอห์นทำเสียงจึ๊จ๊ะกับตัวเอง แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่….ไม่รู้จะนอยอะไรก่อนดี เลยพาลว่าแท็กซี่ที่ยังไม่มา นี่มันก็แค่บ่ายสาม คนขับมันขับไปวางยาฆ่าคนกันหมดหรือไง??? ในที่สุดรถก็มา เขาขึ้นไปนั่ง ก่อนจะลองโทรหาเชอร์ล็อกอีกรอบ ก่อนบอกที่หมายกับคนขับ วันนี้เขากลับเร็วคงต้องทำกับข้าวให้เชอร์ลีนกิน นี่แหละที่ทำให้เขาต้องโทรหาเชอร์ล็อกอีกทีเมื่อครู่ เพราะวันนี้เชอร์ลีนก็ต้องถามอีก …. เขาสงสารเด็กตาดำๆหรอกนะ ทั้งที่หมั่นไส้อยากจะตัดหางปล่อยวัดไอ้ตัวพ่อนี่จะแย่อยู่แล้ว

 

 

 

 

 

“พรุ่งนี้คุณต้องไปแจ้งความนะ … ไม่งั้นหลานคุณนั่นแหละจะเสียใจ ไมครอฟท์ ผมไม่รู้จะตอบแกยังไงดี ลำพังเชอร์ล็อกผมไม่ได้ห่วงมันนักหรอก” จอห์นทำอะไรไม่ได้ และจะทำไม่ได้ต่อไปจนกว่าไมครอฟท์จะแจ้งความ เขาเลยอึดอัดจนต้องส่งข้อความไปหาไมครอฟท์

 

 

 

“เอางี้สิ ถ้าคุณเจอเชอร์ล็อกเมื่อไหร่ ก็พากันไปจดทะเบียนกันซะสิ…เผื่อคราวหน้าหายไปอีกตำรวจจะได้ไม่บ่ายเบี่ยง…และถ้าตาย มันคงอยากให้คุณรับศพ…ไม่ใช่ผม…” ไมครอฟท์ตอบกลับมาอย่าง……..ไมครอฟท์…

 

 

 

จอห์นโกรธจนหน้ามืด คนอะไรทำไมเย็นชาแบบนี้ เขาไม่เข้าใจเลยว่าไมครอฟท์ตกลงแล้วรักน้องแบบไหนกันแน่ จริงอยู่ว่าส่งคนไปหาแล้ว แต่มันจะไปได้เรื่องอะไรคนแค่หยิบมือเดียว ให้ตำรวจจัดการกันทั้งกรมไม่ได้หรือไง??

 

 

 

จอห์นเริ่มเลียปาก แล้วก็กัดเล็บ ก่อนกดวางโทรศัพท์

 

 

 

… ทำไมไม่รับวะ….ไปทำบ้าอะไรอยู่!!! …แล้วคว่ำมันไว้กับตัก

 

 

 

ตอนนี้เชอร์ล็อกอาจจะกำลังจะตายอยู่ที่ไหนก็ได้….

 

 

 

“….ฉันมีเพื่อนอยู่แค่คนเดียว”

 

 

 

จอห์นอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพูดนี้ ที่เชอร์ล็อกพูดกับเขาที่บาสเกอวิลล์ ….นึกภาพเชอร์ล็อกตอนนั้น….จอห์นก็เริ่มๆจะร้อนๆที่ตา ….

 

 

 

…..ทำไมเราแม่งต้องทำได้แค่รอด้วย !!!!

 

 

 

และมันยิ่งตอกย้ำความโมโหของจอห์น เพราะไมครอฟท์ยังจะส่งข้อความไร้สาระมาหา…

 

 

 

“แล้วถ้าเป็นคุณหละจอห์น….ถ้าคุณกำลังลำบาก คุณอยากให้แจ้งความตามหาคุณ อยากให้ใครตัดสินใจกับร่างกายคุณเวลาคุณโคม่า ….อยากให้ใครรับศพและตัดสินใจเรื่