BBC Sherlock AU Fanfiction

Sherlock / John

 

คำเตือน...ตอนนี้น้ำเน่า และยาวมาก...อ่านจบช้าๆก็ได้...


ตอนจบไม่เน้นขำ(อีนี่มาแบบนี้อีกแล้ว…แต่คือด้วยความสัจจริง ตอนนี้คือตอนเดียวกับตอนที่แล้วค่ะ แต่มันยาวมากเลยต้องตัดออก แต่ไอ้ท่อนหน้านี่แหละท่อนมุข ท่อนนี้เป็นท่อนบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดค่ะ)

 

555 ตัดแล้วก็ยาวอยู่ดี เอาเข้าไป วันนี้อุตส่าห์มีคนมาขอแลกช่วงเวลาทำงาน ว่าจะซักผ้า ไม่ได้ซักแล้วหละ... มัวแต่อีดิท เหอๆๆๆ

คำเตือน… เมื่อผู้อ่านเห็นคำว่า “วันนี้วันศุกร์” เป็นตัวอักษรสีแดง ให้กดลิงค์ฟังเพลงทันทีค่ะ เป็นเพลงเก่าเราคุ้นกันดี(อย่าคลิกซ้ายนะ ให้คลิกขวา แล้วเลือก open link in new tab) คือตอนแรกก็ลืมเตือนว่าอย่ากด แต่มาเจอเม้นท์คุณเงาะซะก่อน (ขอบคุณมากค่า)  ก็คือเพลงหนี้รักนั่นแหละ แต่อยากทำให้เหมือนละครจบหนะค่ะ เปิดเบาๆก่อน แล้วพออ่านไปจนคำสุดท้ายของเรื่องค่อยเร่งวอลลุ่มให้ดังจะได้อารมณ์ขึ้นอีกค่ะ…

 

มันเป็นวันศุกร์จริงๆด้วยสินะ!!

 

อ๊ะ!!! ดารารับเชิญ คือยวน แม็กเกรเกอร์ค่ะ เนื่องจาก...คุณยายบอกว่ายายชอบ(หนูก็ชอบค่ะ)

อีกท่านคือ เซอร์เกวน ณ เมอร์ลิน(อันนี้โผล่มาน้อยจริงๆแทบจะวิ่งผ่านฉาก) 

-              -       -         -        -

จ้อนหย่อนตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยๆ

 

 

 

วันนี้แล้วสินะที่หยิกจะกลับมา….

 

 

 

จริงๆจ้อนก็คิดถึงหยิก แต่ถ้าหยิกกลับมาก็ต้องเอาเงาะมาด้วย เพราะหยิกไปขอเงาะมาอยู่เรียนรู้ชีวิตชนบท แล้วแม่เงาะก็ได้ฝากเงาะไว้กับยายมะลิที่221ชั้นบน แม่เงาะดีใจมากที่นังมาลีเมียของจ้อนผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของลูกเขยช่างบังเอิญมาเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนของเงาะ  เห็นทุกอย่างเหมาะเจาะพอดีเช่นนี้แล้ว แม่ของเงาะก็ไม่รอช้าที่จะยกลูกสาวให้หยิกพากลับบ้าน

 

 

 

จ้อนนอนมองเพดานสักพักก็หันไปมองเสื้อโค้ทตัวยาว ผ้าพันคอ กับถุงมือหนังที่หยิกไหว้วานให้เขาเอาไปซักให้เพราะเดี๋ยวกลับมาจะใช้ ….ไอ้ลำพังซักโค้ทมันก็ไม่ได้เป็นงานช้างอะไรนักเพราะจ้อนก็แข็งแรงทรหดดีตามปกติ แต่มันมาป้อแป้อีตรงเห็นหยิกสลัดเสื้อเชิร์ตราคาถูก กางเกงขาก๊วย รองเท้าแตะช้างดาว ผ้าขาวม้าผืนโปรด ไปใส่ เสื้อเชิร์ต สูท รองเท้าราคาแพง แถมขับรถเก๋งคันโก้ที่จอดทิ้งไว้ที่โรงรถพี่ไม้เป็นแรมเดือนไม่เคยคิดจะอินังขังขอบอีกต่างหาก

 

 

 

ยาเส้นใบจากที่จ้อนห้ามสูบนักสูบนักหนาจ้อนด่าก็ไม่หยุดสอนก็ไม่จำ จากหยิกเคยแอบเม้มยาไว้เป็นกล่องเป็นกุรุส วันนี้กลับโละขนไปทิ้งถังเทศบาล ตอนรถขยะมารับก็โบกมือซะดิบดีแถมยังให้จ้อนสั่งนิโคตินแพ็ทช์มาให้เป็นนัยว่าเลิกแน่

 

 

 “ยาหยูกข้าไม่เอาแล้วหวะจ้อน …ทั้งยาทั้งความรักมีฤทธิ์มอมเมาปัญญา ข้าเก็บไว้สองอย่างก็คงโง่พอดี…แต่ความรักมันตัดใจยากกว่า…ข้าก็เลยเลือกที่จะเลิกยาหวะ” หยิกอธิบายอย่างอารมณ์ดีขณะที่มายืนแปะนิโคตินแพ็ทช์ต่อหน้า ทั้งที่เขาไม่ได้ถามสักคำ

 

 เห็นหยิกถอดรูปเป็นพระสังข์คืนเมืองแบบนี้ จ้อนก็อดที่จะรู้สึกใจหายไม่ได้…เพราะสำหรับจ้อน หยิกของจ้อนคือนักสืบบ้านนาแสนขบถ แต่ตอนนี้หยิกกลับไปเป็นทายาทพันล้านของกิจการส่งออกบั้งไฟพญานาค …

 

 

 ….ที่กำลังจะแต่งกับลูกสาวเจ้าของสายการบิน….

 

 

 ….แล้วลูกสาวเจ้าของสายการบินก็จะทิ้งปราสาทราชวังมาอยู่กับหยิกที่ยโสธร…

 

 

 

 เขาคงรักกันจริงสินะ….

 

 

จ้อนคิดไปคิดมาก็พาลจะร้องไห้ แต่เดชะบุญเก่ามาหนุนนำให้มีเสียงเรียกชื่อของจ้อนจากชั้นล่างใกล้ๆหน้าต่าง จ้อนรีบขาน แม้ไม่ต้องดูก็จำเสียงได้ว่าเป็น “ญวน   แม่กอกา” คนอะไรก็ไม่รู้นามสกุลยังกะมาตราตัวสะกด …พี่ญวนมาชวนจ้อนไปจ่ายตลาดเพราะว่ายายโทรมาบอกว่าหยิกกำลังจะกลับ … จะได้ทำกับข้าวให้ทุกคนกินกัน จ้อนก็รีบไปทั้งที่ไม่ค่อยจะมีแรงเนื่องจากยังไงซะก็ดีกว่าร้องไห้คนเดียว

 

-             -   -    -    -    -    -    -

 

ตอนนี้ทางด้านหยิกยายมะลิ เงาะและมาลี…หยิกพาวิกเตอร์ที่เพิ่งลงเครื่องมาถึงรถ….พอวิกเตอร์ขึ้นมาบนรถ วิกเตอร์ก็พยายามแนะนำตัวทั้งที่มันควรจะเป็นหน้าที่หยิก…แต่หยิกเห็นวิกเตอร์พูดติดๆขัดๆหยิกก็เลยช่วย ไม่ใช่เพราะห่วงวิกเตอร์…

 

 

แต่เพราะคิดถึงจ้อนต่างหาก …จะได้ขับรถกลับบ้านเร็วๆ

  

 

“อ้ะ…ทุกๆคน… นี่วิกเตอร์” วิกเตอร์ก็พยักหน้าหงึกๆหงักๆเพราะได้ยินชื่อตัวเอง  ทุกคนก็มีท่าทางรับรู้ และสองในสามยินดีต้อนรับ

 

 

“อะ…วิกเตอร์…นี่ยายมะลิ เงาะ แล้วก็มาลี” หยิกพูดไทยไม่ต้องแปลเพราะวิกเตอร์ฟังภาษาไทยออก เนื่องจากตอนอยู่อังกฤษด้วยกันหยิกพูดไทยกับวิกเตอร์ตลอด ….ไม่ใช่เพราะวิกเตอร์จะพิศวาสหยิกแต่แรกเห็นเลยยอมตามใจ แต่นั่นมันเพราะหมาวิกเตอร์ไปกัดขาหยิกเข้า ซึ่งนั่นก็เพราะหยิกมือบอนเอาไม้ไปแหย่หมาก่อน  หยิกเห็นวิกเตอร์ขี้อายไม่มีเพื่อนเลยบอกวิกเตอร์ว่าถ้าให้หยิกพูดไทยด้วยหยิกจะยอมเป็นเพื่อน แต่ถ้าไม่ยอมไม่ใช่แค่หยิกจะไม่คบ หยิกจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แล้วถ้าเป็นบาดทะยักตายเป็นผีก็จะมาบีบคอ วิกเตอร์เลยลนลานรับข้อตกลง ดังนั้นทั้งสองเลยกลายเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นมา

 

 

 

วิกเตอร์ทำหน้าลำบากใจ ถึงจะฟังไทยออกแต่เขาก็พูดไม่ได้ แต่ในเมื่อมาถึงเมืองไทยแล้วไม่พยายามพูดไทยเลยก็ดูจะเสียมารยาท วิกเตอร์เลยพยายามเรียกชื่อทุกๆคน เริ่มจากว่าที่เจ้าสาว… “เงาะ…” ทุกคนได้ยินดังนั้นก็ปรบมือกันเปาะแปะวิกเตอร์เลยมีกำลังใจเรียกอีกสองคนที่เหลือ

 

  

“แมรี่…” วิกเตอร์มองไปที่มาลี แล้วค่อยๆหันไปทางยายมะลิที่นั่งหน้างออยู่ตรงนั้น “แมรี่”

 

 

ยายมะลิถอนหายใจรำคาญที่วิกเตอร์เรียกผิด เอานังมาลีมาปนด้วยอีกคน แถมหยิกชอบพูดว่าเพื่อนหยิกหล่อกว่าพี่ญวนและกิ๊กทุกๆคนของยาย ยายเลยหมั่นไส้รู้ธรรมเนียมฝรั่งขึ้นมาซะงั้น

 

 

“เรียกข้ามิสซิสหัตถ์สันต์ก็ได้โว้ย ไม่ได้สนิทกับข้าเรียกนามสกุลก็พอ”

 

 

 

วิกเตอร์พยักหน้าแล้วก็เรียกใหม่ “เงาะ…แมรี่ …. มิสซิสฮัดสัน…ไรท์ เชอร์ล็อก?” มาลีปรบมือ หยิกก็ตบบ่าเพื่อน จริงๆก็แอบสะใจที่คนอื่นโดนเรียกชื่อเพี้ยนเหมือนหยิก เช่นเดียวกันแต่คนละด้านกับเงาะ ที่กำลังงงอยู่ว่า ทำไมไม่เรียกกูผิดบ้าง? น้องกิฟท์เชอรี่น้องวายมีตั้งมากมายไม่ยอมเรียกกัน ทำไมปล่อยให้ฉันอยู่ดิวิชั่นเดียวกับคุณลำไยคนเดียว ก็เลยพลอยงิ่ดวิกเตอร์ตามยายไปด้วย วิกเตอร์เห็นท่าไม่ดีเพราะตอนนี้เหมือนใครๆก็รังเกียจ วิกเตอร์เลยทำตาโตปากเล็กๆไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครหน้าไหน หยิกเป็นเพื่อนเขาแท้ๆก็ยังจะไม่เป็นมิตรเท่าที่ควร เลยแกะช่อดอกกุหลาบที่มีอยู่สี่ดอกพอดีแล้วมอบให้ทุกคนทั้งที่ตอนแรกจะซื้อไปฝากน้องหม่อนแท้ๆ เผื่อว่าดอกไม้จะเบ่งบานเปลี่ยนบรรยากาศมาคุ เงาะเห็นวิกเตอร์น่ารักเหมือนเด็กๆ เงาะเลยหยิบดอกไม้มาด้วยความเต็มใจ

 

  

ส่วนยายมะลิก็ยังไม่หายนอย

 

 

 

 “โอ๊ย…จะให้ทำไม ผู้หญิงในรถคันนี้มีผัวหมดแล้วโว้ย เขาไม่ชอบเอ็งหรอก…”

 

 

หยิกเริ่มส่งความช่วยเหลือมาเป็นระยะ … จริงๆก็เพราะกินแหนงแคลงใจพี่ญวนข้างเดียวด้วย ตั้งแต่พี่ญวนเข้ามายายก็ตามใจหยิกน้อยลง

 

 

“โถ่ยาย… ผัวเผอไรกัน มาลีกับเงาะมีที่ไหนหละผัว ยายเองก็เหอะนะ…เดี๋ยวยายก็ทิ้งพี่ญวนเหมือนคนอื่นๆนั่นแหละ”

 

 

 

“เฮ้ย…คนนี้ข้าจริงจังนะเว้ย เอ็งอย่ามาดูถูกข้านา” ยายมะลิเถียง วิกเตอร์ก็ได้แต่อธิษฐานกับพระเจ้าว่าให้ถึงยโสธรเร็วๆ จะได้เจอน้องหม่อนที่หยิกโฆษณาว่าน่ารัก ใจดีไม่ต้องมาเจอสองยายหลานนี่อีก ว่าแล้วเชียวก่อนออกจากบ้านอยู่ๆก็มีนกแสกที่ไหนก็ไม่รู้บินมาเกาะบ่ายังกะแฮรี่พ็อตเตอร์ เขาเคยอยู่กับหยิกมาก่อนเคยได้ยินหยิกเล่าบ้างว่าแบบนี้มันเป็นลาง วิกเตอร์กำลังจะมางานมงคลเพื่อนก็พยายามไม่คิดอะไรมาก …ที่ไหนได้…ซวยจริงๆด้วย

 

 

หยิกขับรถไปเรื่อยๆ จนถึงตัวเมืองยโสธรรถก็เริ่มติด หยิกที่กำลังมีความสุขเพราะใกล้จะถึงฝั่งฝัน ก็ถือโอกาสเปิดเพลงขี่เก๋งอย่าลืมเกวียนฟังแล้วมองไปรอบๆอนุมานสถานภาพสมรสตลอดสี่เลน

 

 

คันหน้าอกหัก คันซ้ายเมียหลวง คันขวาเมียน้อย เลนโน้นโดนทิ้ง ….

 

 

 

 

มีคันนี้เท่านั้นแหละที่สมหวัง…

 

 

ยายมะลิที่อารมณ์ไม่ดีผสมกับต้องนั่งเบียดกับเงาะและมาลีมาหลายชั่วโมงก็วิงเวียนขึ้นมา ถ้ายายอ้วกรับรองว่าเงาะต้องโดนเต็มๆเพราะเงาะนั่งติดยาย เงาะเลยพยายามจะสะกิดหยิกให้จอดรถแล้วสลับยายไปนั่งข้างหน้า แต่หยิกก็ไม่สนใจดูดำดูดีคนในรถมัวแต่อนุมานสมน้ำหน้าคันอื่นอยู่ แล้วก็หันมาบอกวิกเตอร์ให้หยิบขวดยาดมในลิ้นชัก วิกเตอร์ก็รีบกุลีกุจอหยิบให้เพราะเห็นว่ายายมะลิไม่ค่อยชอบเขา นี่อาจเป็นโอกาสดีที่ทำให้ยายเปลี่ยนความคิด…วิกเตอร์หาขวดเล็กๆที่เดาเอาว่าเป็นยาดมขึ้นมาได้ก็เอามาหยดใส่มือแล้วป้ายจมูกยาย ป้ายตัวเองบ้างแล้วก็ปิดฝา …พอไฟเขียว หยิกก็ออกรถ ขับไปเรื่อยๆก็นึกอะไรได้…

 

 

 

 

 

แต่ไม่ทันแล้ว!!!

 

 

 

 

 

เขาหันมามองวิกเตอร์ ใจก็หายไปอยู่ที่ตาตุ่ม!!! ในมือของวิกเตอร์มันไม่ใช่ยาดมแต่เป็นน้ำมันพราย

 

 

 

 

 

กะซ่อนไว้หลบพี่ไม้แท้ๆ…กลายเป็นแบบนั้นไป…. ขับรถไปอีกซักพัก วิกเตอร์ก็ทนไม่ได้ จนหยิกต้องจอดให้วิกเตอร์ไปนั่งข้างหลัง เงาะเลยจำใจจะต้องมานั่งข้างหน้าอย่างงงๆ เพราะนอกจากหยิกแล้วไม่มีใครเลยสักคนในรถที่รู้ว่าน้ำในขวดไม่ใช่ยาดม

 

 

 

 

 

….แต่ถึงแม้จะผิดฝาผิดตัว บรรยากาศในรถหยิกก็ดีขึ้น จากหึงหวงหมั่นไส้ก็กลายเป็นกลมเกลียว ขับรถกลับยโสธรโดยสวัสดิภาพ

 

-            -    -    -      -     -

 

 

 

ทันทีที่ไปถึงบ้านจ้อนที่ค่ายทหาร หลังจากส่งผู้โดยสารรถตู้ที่นั่งเบียดสามที่นั่งตั้งแต่ขอนแก่นลงที่ 221 มีชั้นบนมีชั้นล่างมีชั้นหน้ามีชั้นหลังเป็นที่เรียบร้อย หยิกก็รีบซิ่งจากัวร์ไปบ้านพักจ้อน พอจอดรถได้ก็มุ่งหน้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปหาจ้อนในห้อง

 

 

 

 

 

ที่รีบไม่ใช่ไรร็อก

 

 

 

 

 

คิดถึง…

 

 

 

 

 

“จ้อน…ข้าซื้อเสื้อผ้ามาฝากเอ็งเต็มเลยนะ” หยิกวางถุงช้อปปิ้งอย่างร่าเริงบนเตียงแล้วลุกมานั่งข้างๆจ้อนที่เพิ่งเงยหน้าจากการฟุบหลับบนโต๊ะเขียนหนังสือ

 

 

 

 

 

“เอ็งบอกแล้วหนิ” จ้อนตอบอย่างไม่ค่อยจะมีอารมณ์นัก แต่นี่ก็ถือว่าดีแล้วสำหรับคนอกหักที่ “ข้ายังไม่ได้บอกเอ็งนี่ ว่าข้าซื้อมาจะให้เอ็งเอาไปใส่ช่วงงานกินดองข้ากับคุณเงาะ ส่วนสูทอีกถุงยังไม่ต้องแกะหรอก นั่นมันเอาไว้ใส่งานโรงแรมในกรุงเทพ” หยิกพูดไปแกะห่อเสื้อผ้าให้จ้อนลอง จ้อนก็พยายามทำเป็นคล้อยตามกันพิรุธ

 

 

 

 

 

หยิกหยิบเสื้อกันหนาวสีครีมขึ้นมาเป็นตัวแรกด้วยท่าทางมีความสุข ในขณะที่จ้อนกำลังจะตายเพราะหยิกดูละเอียดลออกับเรื่องเล็กๆน้อยของงานแต่งเช่นเรื่องเสื้อผ้าของเพื่อนเจ้าบ่าว แล้วหยิกจะตื่นเต้นกับเมนไอเดียอย่างเจ้าสาวขนาดไหนจ้อนก็ไม่อยากจะคิด …. จ้อนเลยตัดสินใจพูดขึ้นมาก่อนจะอึดอัดไปมากกว่านี้

 

 

 

 

 

 “ เอ่อ หยิก ข้าไม่มีอารมณ์เท่าไหร่เลยหวะ ข้าขอตัวก่อนได้มั้ย”

 

 

 

 

 

หยิกเลยได้ทีหัวเราะหึๆ อย่างไม่สบอารมณ์ แล้วถอยไปยืนเก๊กคอเอียง “ไม่ใส่จริงเหรอ”

 

 

 

 

 

“เออ…ข้าไม่อยากใส่แล้ว ง่วง เหนื่อย”&