BBC Sherlock AU Fanfiction

Sherlock /John

 

หกตอนจบ อยู่นี่หมดค่ะ http://concuben.exteen.com/fic-sherlock

 

ใครรอน้องเชอร์ลีนอยู่ จริงๆเขียนเสร็จแล้วหละค่ะตอนหน้า เอ็มวีคุณเงาะก็ทำให้เสร็จแล้ว แต่ด๊านนนนเรียบเรียงไม่เสร็จสักที ส่วนเรื่องนี้เร็วเพราะมันสั้นๆ

ผสมเครียดกับชีวิตมาก เลยออกมาแบบนี้แหละจ้า 

 

นี่ๆ รุปประกอบใหม่ค่ะ จากคุณปุ้ย mollis ขอบคุณมากค่า น่ารักมากๆๆๆๆ เลยค่ะ


 

 - - - --  -  - ---  - - - -- -  

 

ย่ำค่ำเหยียบสองทุ่มเข้าไปแล้ว ยายก็แต่งตัวออกไปดูวงสตริง… ค่ำนี้มีแต่หยิกเท่านั้นมั้งที่อยู่บ้าน เขาอาบน้ำเสร็จ เอาหวีซี่ห่างๆ ชุบแป้งแป้งพม่าแทนดินสอพอง มาประหมุน ประหมุน ให้เป็นรูปเหมือนดอกไม้ไฟบนแก้ม …เพราะตัวเขาขาวเป็นแตงร่มใบขนาดนั้นเลยต้องใช้แป้งสีเข้มถึงจะเห็น

 

อากาศเย็นสบาย ลมพัดกำลังดี หยิกนอนนิ่งอยู่บนเปลยวนใต้ถุนเรือน แต่ค่ำนี้เขาเปลี่ยนทิศนอนหันหลังให้งานวัด ... เขาจะได้ไม่ต้องนึกว่าป่านนี้จ้อนกับเมียกำลังเที่ยวดูอะไร เล่นอะไรกันอยู่  หยิกรู้สึกเย็นหน่อยๆเลยเอาผ้าขาวม้ามาห่มอก ส่วนตาก็มองเหม่อลอยไปยังแสงสว่างลิบๆอีกเวิ้งทุ่งที่มาจากป้ายไฟร้านลาบ…

 

 วิทยุที่หยิกเปิดคลอเพื่อตัดเสียงจากงานวัดก็ดันเปิดเพลง “รักสลายดอกฝ้ายบาน” ทำร้ายจิตใจหยิกจนต้องเอาท้ากดปิดอย่างทุลักทุเล เกร็งไปถึงอุ้งเชิงกราน แต่หยิกก็ขี้เกียจลุก ….จะกระชับก็คราวนี้แหละ....

 

หยิกยังไม่หายปวดร้าว แต่ก็อยากนอนบนเปล ไม่อยากจะลุก เพราะเวลาอกหัก ร่างกายมันจะป้อแป้ เขาเลยคว้าขลุ่ยเพียงออมาเป่าแทนการสีซอที่เขาเก่งนักเก่งหนา เขาเป่าเพลงนกขมิ้นไปสักพักก่อนจะรู้สึกเศร้า เลยวางขลุ่ยลงบนอกอย่างเซ็งๆ

 

“เฮ้ย…หยิก” พอได้ยินเสียงจ้อนตะโกนเรียก หยิกก็ลุกขึ้นนั่งแล้วหันหลังไปตามเสียง

 

“เรียกข้าทำไม เอ็งไม่ไปงานวัดกับเมียเอ็งเหรอ” หยิกถามอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

“เมียข้าเหนื่อย อยากนอน…” จ้อนตอบ แล้วมาหย่อนก้นนั่งลงบนเปลด้านปลายเท้าหยิก หัวบังป้ายไฟร้านลาบพอดี …ก่อนหยิกจะชักเท้าออกจ้อนก็คว้าขาหยิกไว้หนึ่งข้างแล้วเอาไปวางบนตัก …บริเวณที่หยิกใฝ่ฝันมาตลอดแปดเดือนว่าอยากจะเอาหัวไปหนุนขณะดูควายที่เลี้ยงไว้กำลังกินหญ้าเมื่อวัยเกษียณ

 

“จะได้ไม่เมื่อยไง” จ้อนอธิบายอย่างอ่อนโยนเหมือนเคยแล้วยิ้มให้หยิก..."หยุดเป่าทำไมวะ เอ็งนี่เป็นคนหรือเปล่าวะ เอ็งเก่งตั้งหลายอย่าง ขลุ่ยเอ็งก็เหลือกิน ทางซอเอ็งก็ชั้นครู..." จ้อนชมอย่างจริงใจ และจ้อนก็เป็นคนเดียวที่ชมหยิกทุกครั้ง ไม่ว่าหยิกจะทำอะไรดีๆ ไม่ว่าจะสีซอ เป่าขลุ่ย อนุมานผลไปหาเหตุ เหตุไปหาผล สาระแนสอดรู้เรื่องชาวบ้านยังไงจ้อนก็ไม่เคยตำหนิมีแต่ชมจนชวนตัวลอยด้วยความจริงใจทั้งนั้น

"ทำเป็นรู้ดีวะจ้อน...เอ็งสีซอเป็นเหรอ ถึงบอกว่างานข้ามันชั้นครู" 

 

“แหม...หมอกับทหารไม่ใช่ลิงค่างนะโว้ย รู้ว่าอะไรสวยอะไรเพราะเหมือนเอ็งนั่นแหละ....เออ....ถ้าไม่อยากไปงานวัด ก็ไปนั่งเล่นบ้านพักข้ามั้ยวะ” จ้อนชวน

 

หยิกยิ้มแล้วถอนหายใจเบาๆ...

"ดึกแล้ว…ไม่มีสามล้อแล้วนะ มีแต่จักรยานข้า...เอ็งจะซ้อนมั้ย"

-           -     -     -    -    -    -   -

หยิกขี่จักรยานแล้วให้จ้อนซ้อน ไปตามทางเข้าบ้านพักทหาร วันนี้มีเมียมาขับรถรับส่งแล้วจักรยานของเขาจะมีความหมายอะไรอีก หยิกคิดแล้วก็มือไม้อ่อนจนจักรยานเกือบลงข้างทางหลายที แต่ก็ประคับประคองให้มาถึงจนได้

 

“เอ็งเป็นไรวะหยิก ตาแดงๆ” จ้อนถาม

 

“ไม่เป็นไร ผงเข้าตาหนะ” หยิกตอบไปมั่วซั่ว แต่จ้อนก็ทำท่าเหมือนจะเชื่อง่ายดาย นั่นทำให้หยิกเสียใจหนักกว่าเก่า เพราะถ้าแคร์กันจริงๆ ทำไมจะไม่รู้ว่าเขาจำบทหนังกางแปลงมาโกหกหน้าด้านๆ

เอ็งอยากได้อะไรก็หยิบเอานะในตู้เย็นข้า” จ้อนบอกพร้อมไปหยิบกระติกน้ำแข็งหลังบ้าน

 

หยิกก้มลงเปิดตู้เย็นหลังเล็กๆสูงแค่เข่าของจ้อน “นี่มันตู้ในบ้านโสนน้อยหรือไงวะน่ะ” หยิกหัวเราะกับตัวเอง แต่ก็สะดุด เพราะเจอมาลัยที่ร้อยไม่เสร็จ มีมะลิประมาณครึ่งคืบอยู่คาเข็ม

 

มาลีคงจะร้อยให้จ้อนไปไหว้พระ หยิกแทบเก็บอาการไม่อยู่ มือไม้สั่น

 

เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านยายมะลิด้วยกัน หยิกชอบหลอกใช้จ้อนทำนั่นทำนี่ให้ ตั้งแต่รองน้ำฝนไปจนตำส้มตำให้กิน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาทำให้จ้อนด้วยความเต็มใจเสมอ…

 

คือการเก็บบัวในบึงมาให้จ้อนทุกวันพระ หยิกนึกถึงคืนวันแสนสุข ที่จ้อนจะชี้ดอกบัวอยู่ริมฝั่งแล้วเขาก็ลุยน้ำไปเด็ดให้ เพราะกลางบึงน้ำลึกเท่าจมูก ถ้าจ้อนลงมาคงมิดหัวพอดี เสี่ยงก็เสี่ยง บัวก็ไม่ได้…

 

แม้หยิกจะตื่นสาย อายทำกิน หมิ่นเงินน้อย คอยปริศนา แต่ทุกวันพระ ไม่ว่าจะง่วงแค่ไหน หรือแม้จะมีข่าวว่าจระเข้หลุดจากฟาร์ม หยิกจะตื่นเช้าลุยน้ำลงไปเก็บเสมอก็เพื่อจ้อน เขาอดนึกถึงเมื่อครั้งก่อนที่เขายังไม่รู้ใจตัวเองไม่ได้  ช่วงก่อนจะเกิดเรื่องไม่นานเขากับจ้อนได้เข้าไปกราบพระประธานในโบสถ์ด้วยกัน คราวนั้นเขาเกิดใจไม่ดี จากไม่เคยอธิษฐานเลยอธิษฐานเสียยาว จริงๆก็ไม่มีอะไรหรอก ประโยคเดิมๆนั่นแหละ แต่วนประมาณยี่สิบกว่ารอบ…หยิกขอให้เขากับจ้อนอยู่ด้วยกันไปนานๆ อย่าให้มีอะไรมาพรากมาแยกเขากับจ้อนไปจากกันเลย

 

“เอ็งขออะไรวะ ยาวจัง”

 หยิกลืมตามาเห็นจ้อนตาโตมองเขาอย่างสงสัย คงเพราะเขาไม่ค่อยได้ขออะไร หยิกก็ไม่อยากจะบอกว่าตอนนั้นเกิดใจหายขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย กลัวจ้อนจะกลุ้มเลยคิดมุขพูดไปงั้นๆจ้อนจะได้เลิกถาม…

 

“ขอให้ได้เป็นผัวเอ็งชาติหน้าไง”

 

จ้อนเหมือนจะตกใจเพราะสะดุ้งนิดหน่อย “เอ็งนี่ชอบพูดเล่นเรื่อย"

 แต่อีกไม่กี่อึดใจ จ้อนก็ยิ้มออกมารับมุข

"…แต่เอ็งขอยาวขนาดนี้…คงไม่ได้ขอเป็นผัวข้าคนเดียวหรอก …ขอเป็นผัวใครนักหละ เอ็งจะเอาเมียซักกี่คนกัน”

 

อยู่ๆหยิกก็อารมณ์ดี ลืมที่ใจหายเมื่อกี๊ไปซะสนิท…สงสัยไหว้พระคงจะดีจริงอย่างคนเขาว่า

“อืมม มีกี่คนดีว้า” หยิกทำหน้าทะเล้น กลอกตาทำท่านึกไปมา จริงๆสีหน้านี้นอกจากจ้อนคงไม่มีทางได้เห็น แล้วก็เป็นครั้งแรกที่เขาทำสีหน้าแบบนี้เลยในชีวิต

 

“นี่หยิก... ถ้าข้าเป็นผู้หญิงนะ…ข้าไม่เอาหรอกผู้ชายมากรักหนะ” จ้อนดูชักอิน หยิกเลยนึกครึ้มทำหน้าสลักสำคัญ แล้วพูดด้วยเสียงจริงจังว่า…

 

 

“งั้นเอ็งก็อธิษฐานให้ข้ารักเอ็งคนเดียวสิ"   

 

 

ณ ตอนนั้น หยิกไม่รู้ว่าตัวเองทำสีหน้าแบบไหน จ้อนถึงหุบยิ้ม กลืนน้ำลายหนึ่งทีเหมือนฝืดคอหรืออะไรสักอย่าง หยิกก็เลยพาลอึกอักไปด้วย

 

“กลับบ้านกันเหอะหยิก จวนสายแล้วหละหวะ… เดี๋ยวข้าไปทำงานไม่ทัน คนเจ็บเยอะแยะ หมอก็มีคนเดียว” จ้อนหน้าเสีย แล้วทั้งสองก็กราบลาพระประธาน หยอดตู้ค่าน้ำค่าไฟวัดคนละสิบบาทแล้วรีบออกจากโบสถ์ตรงดิ่งกลับ 221ชั้นบน แต่คนละห้อง

 

 อืม…วันนี้มีคนร้อยมาลัยให้แล้วสินะ…หยิกจำเป็นจะต้องออกจากโลกแห่งความฝัน และอดีต…

 

 ดอกบัวของข้าคงหมดความหมาย…

 

ลาก่อน….