สำหรับคนที่หลงมาเจอ จะบอกว่าฟิกเรื่องนี้เขียนจนจบพาร์ทความสัมพันธ์จอห์นล็อคแล้วค่ะ  http://concuben.exteen.com/fic-sherlock <<< ติดตามได้ทั้งหมดตรงนี้ค่ะ
 --------------------------------------------
 

เช้านี้จอห์นนัดกินกาแฟกับเพื่อนทหารที่ปลดระวางจากอัฟกานิสถานเช่นเดียวกัน เพราะประมาณสองสามเดือนมานี้เขาจะออกมาวิ่งตอนเช้า และเขาเพิ่งจะกลับมาติดต่อกับโลกภายนอกเมื่อเชอร์ล็อกกลับมา และเมื่อสหวาระวันเกิดอยากจะเจอกันและเวลาว่างอำนวย จึงได้มานั่งล้อมวงกันสี่ซ้าห้านายรอบโต๊ะกาแฟเล็กๆ

 

 

 

จริงๆก็ไม่ใช่แค่สหวาระจอห์นกับเพื่อนๆหรอก ก่อนออกมา ตอนกำลังจะผูกเชือกรองเท้า เชอร์ล็อกเดินลงมาจากชั้นบนใส่ชุดวอร์มอะดิดาซเต็มยศสีเทามีแถบเหลือง ผ้าคาดหน้าผากก็พร้อม ตั้งแต่หัวจรดทีนแมทช์กันอย่างเตรียมตัวมาดี ถ้าเป็นทหารก็เปรียบเหมือนใส่ชุดขาวติดยศเหน็บกระบี่ เดินตามมาเฉยๆเหมือนได้ผ่านการตะแคงนัดกันก่อนนอน….

 

 จอห์นก็ถามว่าอะไรเนี่ย มันก็ตอบตามประสามันนั่นแหละว่า จะไปวิ่งไม่ใช่เหรอ?? ซึ่งแปลเป็นภาษาคนจะได้เท่ากับ เฮ้ยไปด้วยดิ…

 

 

 

เชอร์ลีนที่มาถึงโต๊ะอาหาร กำลังจะหยิบแซนวิชที่จอห์นทำไว้ให้ เพราะเชอร์ลีนปกติจะไปโรงเรียนเช้ามาก ปกติจอห์นไม่ค่อยทำกับข้าว แต่พอเห็นเด็กไม่ได้รับการเอาใจใส่จากพ่อเลย จอห์นก็รู้สึกเหมือนดูรายการวงเวียนชีวิต เลยอดใจไม่ได้ แทนที่จะให้เชอร์ลีนกินง่ายๆ แค่สก็อนกับแยม มัฟฟิน โกโก้ จอห์นเลยต้องเพิ่มหัวใจใส่ความรักทำอาหารเช้าเป็นเรื่องเป็นราวให้เชอร์ลีนกิน เด็กจะได้รู้สึกดี เพราะเด็กวัยก่อนจะเป็นวัยรุ่นจะอ่อนไหวมากเป็นพิเศษ

 

 

 

พอเห็นเชอร์ล็อกเดินลงมาทั้งที่ปกติหกโมงครึ่งไม่มีทางตื่น เชอร์ลีนก็มองตามและงงว่าจะวางหรือจะงับ …หันไปหันมาสักครู่จนเชอร์ล็อกกำลังจะไปถึงประตู เชอร์ลีนวางแซนด์วิช แล้วปลดกระเป๋าที่สะพายหยิบรองเท้าผ้าใบออกมาจากกระเป๋า ใส่แล้วทันทีที่ใส่เสร็จก็วิ่งตามออกมาเกาะมือจอห์นแล้วบอกว่า หนูไปด้วยนะคะอา

 

 

 

 ร้อยวันพันปีไม่มีคิดจะออกมาจ๊อกกิ้ง ดันมาตามดิ๊กๆทั้งพ่อทั้งลูกเอาวันที่เขานัดเจอเพื่อนฝูง ไอ้เพื่อนพวกนี้ปากหมาน้อยเมื่อไหร่ เจอเดินตามกันเป็นเซ็ทแบบนี้ก็คงจะทักว่า แหมจอห์น…ไม่เจอแป๊บเดียวมีลูกมีผัวเลยนะ! ไวไฟจริงๆ! จอห์นเลยต้องขอแยกตัวบอกว่าขอทำธุระครึ่งชั่วโมง แล้วบอกเชอร์ล็อกว่าให้วิ่งอยู่กับเชอร์ลีน เด็กก็ยิ้มพยักหน้าหง็อกแหง็กเข้าทางเชอร์ลีนเป็นที่สุด เชอร์ล็อกก็ตอบด้วยการมองเชอร์ลีนแบบไร้อารมณ์แล้วก็เดินลิ่วๆเหมือนกลัวบุ้งเกาะ…จริงอยู่เขาไม่ได้อยากจะปิดเรื่องลูกสาว แต่ไม่อยากจะให้มันแกรนด์โอเพนนิ่งในหมู่เพื่อนฝูงขนาดนั้น…

 

 

 

จริงๆแล้ว คุณนายเฮมิลตั้น อ้อ…ลิลี่ วัทสัน เฮมิลตั้น โทรมาขอร้องว่าขอเปลี่ยนใจไม่ให้จดทะเบียนรับเชอร์ลีนเป็นลูกบุญธรรมเพราะกลัวสามีจะเสียหน้า หุ้นตกเปล่าๆ จอห์นก็ไม่อยากดันทุรัง เพราะถ้าเด็กขาดเงิน เขาก็เตี้ยอยู่แล้วเดี๋ยวก็ได้อุ้มค่อม  ดังนั้นเชอร์ลีนก็ยังอยู่ในฐานะลูก...ที่เพื่อนยังไม่ยอมรับ….เขาก็เลยต้องช่วยเหลือเชอร์ลีนทางด้านจิตใจเท่าที่จะทำได้ และแม้เชอร์ลีนจะขี้อ้อน งอแงไม่แพ้พ่อ แต่ดีหน่อยตรงที่ไม่ขี้เหวี่ยง ขี้วีนพ่วงมาด้วย ไม่งั้นจอห์นคงต้องเข้าโรงพยาบาลบ้า เพราะลูกก็งอแงเพื่อนก็ง้องแง้ง…

 

 

 

จอห์นถือคาปูชิโน่ร้อน ไม่ใส่น้ำตาลแล้วลงนั่ง ทุกคนก็คุยกันเรื่องเดทมั่งเมียมั่งก็สะดุดเพราะกลัวจอห์นจะแสลงใจเพราะเมียเพิ่งตายไปไม่นาน

 

“เฮ้ยยย คุยได้…คุยได้จริงๆ เรามาคุยสารทุกข์สุขดิบกันอยู่แล้วนี่หว่า” จอห์นรีบยืนยัน

 

“ถ้าพวกเอ็งอ่านบล็อกไอ้จอห์นมันนะ รับรองว่าจะรู้เลยว่ามันพูดจริงเว่ย” แม็ททิวยักคิ้วอย่างมีเลศนัย ทั้งโต๊ะส่งเสียงแสดงความสงสัยกึ่งๆจะแซวตามประสาผู้ชายแมนๆมารวมตัวกัน จะต้องหู่ฮากันเกินจริงเสมอ แม้ว่าจะไม่มีอะไรขำก็ตาม..

 

 

 

“บล็อกแม่งไม่เห็นมีเรื่องมันเลยหวะ” อินดราสงสัย “มีแต่ไอ่โฮล์มส์ไรนั่นหนะ รู้ได้ไงว่ามันโอเค”

 

 

 

“อ้าว…เอ็งอย่าลิมดิวะ มันหยุดเขียนบล็อกไปนานแค่ไหน ข้าเนี่ยนะนั่งรอมันอัพ แต่ก็ไม่เห็นจะอัพ จะชวนมันออกมาเที่ยวก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ ขาก็กลับไปเป๋ แล้วพอเห็นอีกที แม่งเริ่มออกมาจากรูนะ มันก็มีเมียซะและ ใครจะไปชวนมันมาเที่ยว พอเมียตายก็เงียบอีก แต่พอไอ่คุณโฮมส์อะไรเนี่ยกลับมา โอ่โหหห บล็อกมันนี่นะ อัพทุกวัน มุขแพรวพราว ขาเขอหาย ไม่เรียกว่าดีแล้วจะอะไรวะ” แม็ททิวอธิบาย เพื่อนๆทุกคนแทนที่จะฮากันกลับเงียบแล้วมองมาทางจอห์นพร้อมกัน….

 

 

 

ไหนว่าเกรงใจกูเรื่องแมรี่ไง….จอห์นคิด

 

 

 

“มุขแพรวพราวเหรอ เอ่อ อะ ตลกด้วยเหรอ ….ดีนะ” จอห์นรีบกำจัดสุญญากาศ “เฮ้ย!! ลุค มาไมวะเนี่ย ไม่เห็นจะพูดอะไรเลย”

 

จอห์นรีบแซวลุคที่นั่งใบ้ยิ้มกริ่มมาตั้งแต่เริ่มสนทนา

 

 

 

ลุคที่นั่งตรงข้ามกับกระจกอยู่คนเดียว เห็นเด็กผู้หญิงผมสีแดงๆมายืนทำหน้าแบ๊ว งงงวย ไม่รู้จะน่าสงสารหรือน่ารัก หรือยังไงดี เพราะแววตาเหมือนมารอใครสักคน เด็กเห็นลุคจ้องก็ทำท่าจะเปลี่ยนอิริยาบทแต่ก็ไม่ได้ทำ เลยดูขยุกขยิกจะไปก็ไม่ไป มือไม้ก็ไม่รู้จะไว้ตรงไหน…ลุคเลยไม่หยุดมอง…

 

ทุกคนก็เลยมองตามลุค

 

“อ่า…หนูเชอร์ลีน!” จอห์นหมดทางเลือก…กวักมือเรียกให้เข้าไปในร้าน อิเชอร์ล็อกมันไม่ยอมพาเชอร์ลีนไปกินข้าวเช้าจริงๆด้วย นี่ขนาดทำไม่สนใจแล้วนะ เพราะเมื่อกี๊มันนั่นแหละบอกว่าจะให้เชอร์ลีนไปกินข้าวแต่เชอร์ลีนก็ไม่อยากไปคนเดียว ไปกับเด็กหน่อยก็ไม่ได้ แล้วดูซิไล่กลับมาหาเขาเหมือนเดิม

 

 

 

“พ่อบอกว่าจะไปฟิตเนสต่อค่ะ พ่อเลยบอกให้หนูมาหาอา เพราะอากำลังจะทานข้าว”

 

 

 

จอห์นไม่อยากจะแกรนด์โอเพนนิ่งแต่ก็ต้องทำ เพราะเชอร์ล็อกคงไม่อยากจะดูแลเด็ก “เอิ่ม…นี่ลูกสาวของฉันเองหละทุกคน”

 

-             -     -     -

 

 

 

สิบโมง เจ็ดนาที จอห์นอยู่ที่คลินิก เชอร์ลีนอยู่โรงเรียน…เชอร์ล็อกนอนกลอกตาอยู่บนโซฟา หลังจากลืมตาตื่นขึ้นมา เพราะเมื่อเช้าไปเข้ายิม…สามอาทิตย์มานี้เข้ายิมถี่ยิ่บจนกำยำขึ้นผิดตา เพราะพอเหนื่อย นอนเยอะก็เริ่มกิน …ทั้งหมดนี้ที่ทำไปเพราะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

 

 

 

เขาก็แค่มีอารมณ์ทางเพศถี่ขึ้น

 

 

 

แต่ที่น่ากลัวกว่าคือแต่ความน้อยใจ

 

 

 

เชอร์ล็อกไม่อยากจะยอมรับนัก แต่นี่หละมั้งผลพวงจากสิ่งที่เรียกว่าความผูกพัน ความสัมพันธ์ การให้ความสำคัญ สามคำนี้อัดแน่นอยู่ในคำว่าเพื่อนสนิท ที่เขาเพิ่งพลาดท่ามีขึ้นมาจนได้ ว่าจะไม่มีแล้วเชียว….

 

 

 

‘ดีนะยังไม่มีความรัก …..’ เชอร์ล็อกคิด

 

 

 

สามอาทิตย์ก่อนเขาปีนห้องเข้ามาในขณะที่ฝนตกหยิมๆ ถ้าแค่ยายฉิมจะเก็บเห็ดมันจะเป็นอะไรไป แต่เขาดันปีนขึ้นมาเห็นจอห์นเก็บรูปแมรี่ผู้ล่วงลับไว้บนอกแล้วนอนหลับไป พังหมด ทั้งที่เขามาดหมายจะสะใจที่จอห์นตื่นมาเจอเขานอนแก้ผ้าอยู่ข้างๆในยามเช้า แค่นั้นยังไม่พอ เขากะจะ “อรุณสวัสดิ์จอห์น” ด้วยน้ำเสียงงังเงียเปี่ยมสุขในห้วงนิทราเพื่อกวนประสาทจอห์นแท้ๆ….แต่ดันมาเห็นสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะบาดตา แต่พอเห็นจริงๆดันบาดใจอย่างประหลาด แน่สิ เขามีจอห์นเป็นคนสำคัญที่สุด มอริอาร์ตี้คือสีสันในชีวิต แต่จอห์นดันเห็นเขาเป็นสีสัน แต่แมรี่สำคัญที่สุดในชีวิต

 

 

 

แต่เอาเหอะ แม้ในชีวิตจะไม่เคยต้องประณีประนอมกับอะไร แต่คงจะต้องยอมสักเรื่อง เพราะถ้าเขาจะแก้เผ็ดจอห์นกรณีนี้ได้คือต้องมีความรัก แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องเลยสำหรับเชอร์ล็อก เพราะนี่ขนาดเป็นแค่เพื่อนสนิทนะ เขายังรู้สึกรุนแรงขนาดนี้ แล้วถ้าเชอร์ล็อกมีแฟนคงไม่เป็นอันทำอะไร

 

 

 

อย่าหาเหาใส่หัวจะดีกว่า

 

 

 

เพราะเชอร์ล็อกไม่เคยเห็นคนรสนิยมดีที่ไม่โรแมนติก…

 

 

 

ตื่นเช้าขึ้นมาวันนั้น เขาพบว่าจรวดตั้งลำขึ้นมาอย่างที่ไม่ค่อยได้เป็นมาก่อนหลังพบอนุมานศาสตร์ กับหัดเป็นมิตรกับศพ…เขารวบผ้าปูมาห่อตัวทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจอห์นจะลืมตาตื่นมาเห็นเขาหน้าแดง แล้วก็บรรจงเอานิ้วสั้นๆ มาอังวัดไข้ที่หน้าผาก ซึ่งในวินาทีนั้นสมองเชอร์ล็อกเหมือนโดนหยุดเวลา แม้ไม่ได้ลืมตามองแต่เขาเห็นภาพนิ้วสั้นๆของจอห์นกำลังทาบกับหน้าผากของเขา แถมมันไม่หยุดแค่ที่เดียว จอห์นชักมือออกไปแล้ว สมองเขายังรีพี้ทภาพซ้ำๆ อย่างที่เขาไม่อยากให้เป็น

 

 

 

พอใจขาดการแช่ดองด้วยภาพเลือด ศพ ความตาย ความเสื่อมถอย ความอยากกินอยากเสพอารมณ์สวยๆงามๆก็ฟุ้งกระจายลามขึ้นมาเหมือนไม้เลื้อยที่งอกอย่างดุดันทะลักเข้าไปปกคลุมไมน์พาเลซอันสง่างาม เนื่องจากได้ปุ๋ยที่ดีจากการนอนมองมนุษย์ขนาดเหมาะมือและเหมาะ…ทุกวัน และไม้เลื้อยเหล่านั้นโดยปกติจะมีปริศนาให้เกาะเกี่ยว แต่ดันไม่มีดดีก็เลยเป็นอย่างที่เห็น…ลามเข้ามาท่วมปราสาทแทน…ความสามารถในการหย่าขาดอารมณ์ความรู้สึกออกจากสติสัมปชัญญปัญญาของเขาก็ลดน้อยถอยลง จนแทบเป็นปุถุชน มีทั้งความต้องการทางเพศเปี่ยมปร