Best Friend
 เพื่อนสนิท
 
สำหรับคนที่หลงมาเจอ จะบอกว่าฟิกเรื่องนี้เขียนจนจบพาร์ทความสัมพันธ์จอห์นล็อคแล้วค่ะ  http://concuben.exteen.com/fic-sherlock <<< ติดตามได้ทั้งหมดตรงนี้ค่ะ
 
 
 
Ep. 2 : My Best Friend's Daughter (John's POV)
เมื่อจอห์นต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ
 
 
 
วันนี้ช่วงเช้านี่แหละที่เด็กจะเข้ามาหาเขา ตอนนี้เชอร์ล็อกกำลังนั่งกินสโกนกับแยมบลูเบอรี่เป็นมื้อเช้าอยู่ที่โต๊ะ ถ้าวันนี้เชอร์ล็อกไม่อยู่หละแย่แน่ แต่ตอนแรกจอห์นก็แอบคิดว่าเชอร์ล็อกจะไม่สนใจซะอีก ก็เมื่อคืนเขาขอให้เชอร์ล็อกอย่าไปไหนเชอร์ล็อกก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน เรียกชื่อก็ยังไม่ยอมขาน นั่งอ่านหนังสือเงียบ จนเขาต้องไปนั่งใกล้ๆอยู่นาน จนเขาหมดอารมณ์เรียกไปเองแต่ตอนนี้เขาแน่ใจว่าเชอร์ล็อกคงจะไม่ไปไหน  จอห์นหยิบถ้วยกาเตรียมชงชารับเด็กไปก็แอบยิ้มไป แหม่ะ!...สโกนลูกเท่าขนมจีบ กินไม่เสร็จซะทีหั่นอยู่ได้! ไม่ตั้งใจจะอยู่ด้วยแล้วจะเรียกว่าอะไร ?
 
 
 
นี่ก็ใกล้เวลาที่เด็กจะมาแล้ว เชอร์ล็อกเข้าใจถูกเผงว่าเด็กไม่ได้ต้องการให้เขา – จอห์น วัทสันเลี้ยงดู เพราะเชอร์ล็อกให้ความเห็นว่า ดูจากสภาพซองจดหมาย มันเหมือนแฟนเมลมากกว่า ทั้งฉูดฉาด ทั้งแสดงตัวตน บ้านก็อยู่ในลอนดอน ถ้าอยากให้เลี้ยงก็น่าจะมานานแล้ว เนื่องจากเชอร์ล็อกคิดว่าเด็กอ่านบล็อก ซึ่งก็จริงเด็กก็น่าจะรู้ว่าจอห์นเป็นคนยังไง อยากมีครอบครัวขนาดไหน เมื่อวานตอนเชอร์ล็อกพูดถึงตรงนี้ในซุปเปอร์ จอห์นก็แอบหงุดหงิดหน่อยๆ อยากมีครอบครัวนะไม่ได้อยากมีครอบครัวจนตัวสั่นอย่างที่เชอร์ล็อกพูดออกมา ในจดหมายเด็กบอกว่าพ่อเลี้ยงน่าสงสัย เธอเตือนแม่แล้วแต่แม่ไม่ฟังเพราะเขารวยมาก ….ถ้าจริงทั้งหมดหละก็น่าเห็นใจ แต่ยังไงก็ต้องให้เด็กเข้ามาพบเชอร์ล็อกก่อนค่อยคิดอ่านกันว่าจะเอายังไงกันต่อ

 
 
จอห์นนึกๆอยู่ก็ได้ยินเสียงกริ่ง เชอร์ล็อกมองไปในทิศทางเดียวกับเสียงกริ่งแว่บหนึ่งก็หันไปหั่นสโกนต่อ นี่ถ้าเป็นวันอื่นจอห์นคงหมั่นไส้จับยัดใส่ปาก เขาไม่ดุก็จริงแต่สงสัยว่าจะหั่นเล่นทำไมนัก แต่วันนี้ยังก่อนประเด็นเด็กน้อยตามหาพ่อสำคัญกว่าจอห์นจึงต้องโน้ตไว้ในใจว่า เดี๋ยววันหลังค่อยจัดการกับเด็กอมข้าว แล้วก็ละเดินลงมาเปิดประตู เอาจริงๆก็ใจตุ๊มๆต่อมๆพอสมควร ทั้งที่ทำใจมาทั้งคืนแล้วนะ เขาเปิดประตู ทันทีที่เห็นหน้าเด็กที่ทำหน้าหวาดๆ กลัวๆไม่แน่ใจ เขาก็เกิดอาการสงสาร ผสมตื้นตันไปหมดจึงกอดเด็กไว้ก่อนทักทาย
 
 
 
พอคนปลอบเด็กก็เกิดอาการอยากร้องไห้ขึ้นมาน้ำตาหยดเผาะ เธอใส่สายเดี่ยวสีชมพู จะโชว์ทำไมนมก็ไม่มี ผมแดงแปร๊ดยังกะ Black Widow ในเรื่องอะไรนะเรื่องไรอะ ช่างเหอะ จอห์นสังเกตเด็กต่อ ผูกโบว์ใหญ่สีน้ำเงินตัดกับสีผม เล็บมือเล็บเท้าก็ทาเป็นสีน้ำเงินตัดขับกับสีเสื้อ  กางเกงสีชมพูเข้มก็สั้นเสมอชื่อต้นของมอริอาร์ตี้......แถมลากกระเป๋าใบใหญ่เท่าบ้านสีม่วงเข้มหนังแก้วมันแว้บ ยังไม่หนำใจ ยังต้องเอากลิทเทอร์มาแปะที่จับส่วนที่ไม่โดนมือด้วยจริงๆเขาไม่ชอบผู้หญิงสไตล์นี้เท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เด็กก็คือเด็กจะแสบซ่าแค่ไหนก็ไม่มีทางก่อเรื่องอะไรได้มากนักหรอก
 
 
จอห์นพาเด็กเข้าบ้าน เชอร์ล็อกเดินลงมาพอดี ก็เห็นอยู่ว่าอนุมานถูกหมด ตั้งแต่เรื่องที่ไม่ได้หวังให้เขา-จอห์น วัทสันเลี้ยงดู และบอกถูกว่าเด็กน่าจะมาจากโลกบาร์บี้ม้ายูนิคอร์น เค้กครีมสีชมพู

 
นั่นไง เชอร์ล็อกโฮล์มส์” เขามองไปทางเพื่อนสนิท เด็กมองตามไปสบตากับเชอร์ล็อกพอดี
 
 
 
แล้วเชอร์ล็อกก็ทรุดลงไปนั่งตรงบันได
 

 
อนุมานถูกหมด แต่ผิดอย่างเดียวคือ
 
 
 
เด็กมันหน้าเหมือนเชอร์ล็อก….
 
 
คือในจดหมายเด็กบอกว่าหนูเป็นลูกของคุณโฮล์มส์ พาหนูเข้าบ้านหน่อย หนูไม่กล้าติดต่อพ่อโดยตรงค่ะ
 
 
ไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอ แต่ก็ยากที่จะไม่ใช่ เพราะหน้าบล็อกเดียวกัน เอาเป็นว่าถ้าพาสองคนนี้ไปทิ้งไว้กลางตลาด แล้วให้เชอร์ล็อกสร้างฉากเริ่มโต้ไดอะล็อก “ไม่!แกใม่ใช่ลูกฉัน” รับรองต้องมีคนตะโกนมาว่า “ใช่!,ไอ่นี่แหละพ่อเด็ก,มองไปที่โหนกหน้ามันเซ่” ไม่ต้องไปดูเสื้อผ้าหน้าผม กางเกงพับขาไม่พับขาให้เสียเวลา แถมถ้าเชอร์ล็อกไม่เคยไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหนจริงๆ มั่นใจในความเวอร์จิ้นแกะกล่อง มันคงแจ้นพาเด็กไปตรวจดีเอ็นเอแล้วไม่ใช่มานั่งช็อกอยู่ตรงนี้
 

 
จอห์นค่อยๆเดินไปหา แต่เชอร์ล็อกส่ายหน้า เขาเดินไปที่โซฟา แต่ก่อนจะได้นั่ง ก็เหมือนจะหน้ามืดล้มลงนอนนิ่งลงไปอย่างสวยงามบนเบาะปล่อยให้จอห์นงง และเด็กก็ยืนเก้กังถือกระเป๋าหน้าเสียๆอยู่ตรงนั้น 
 
 
“เชอร์ลีน หนูไปนั่งตรงนั้น” จอห์นบอกให้เด็กที่กำลังหน้าเสียเหมือนจะร้องไห้ ไปนั่งรอที่อาร์มแชร์อีกตัว อืม เด็กชื่อเชอร์ลีน อลิซ วัทสัน รวมตัวย่อก็ได้คำว่า saw พอดี ตอนนี้จิตวิญญาณของเชอร์ล็อกก็คงหวีดสยองสั่นเป็นลูกนกสมชื่อเด็ก เด็กก็ลากกระเป๋าก็อกแก็กมาด้วย ยังไม่ทันที่จอห์นจะปฐมพยาบาล เชอร์ล็อกก็ลืมตาผึงขึ้นมาพอดี ยังกะวันนี้ทุกอย่างอยู่ในตีม horror
 
 
 
 
เชอร์ล็อกลุกขึ้นนั่งทำหน้าฉลาด ทั้งที่แก้มยังมีรอยยับร่องเบาะพิมพ์อยู่บนหน้า เขาหรี่ตามองเด็กที่กำลังน้ำตารื้นๆ  แต่จอห์นก็พอเข้าใจว่าทำไมเชอร์ล็อกต้องช็อก เพราะไหนจะคิดว่าตัวเองฉลาดมาตลอด ดันต้องมาโดนเด็กกับเพื่อนสนิทรวมหัวกันหลอก ไหนจะมีลูกทั้งที่ไม่คิดว่าจะพลาดได้ ไหนจะลูกที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นสก๊อย จะหน้าเหมือนตัวเองอีก เชอร์ล็อกคงไม่ชอบนักที่จะได้เห็นตัวเองแต่งหญิงแล้วผมยาวสยายเป็นนางเงือกแล้วจริตจก้านมารยา งุงิ หวานแหวว

 
 
 เธอยอมรับว่าคิดแผนนี้ออกเพราะนามสกุลพ้องกับเขา เธอบอกว่ามาทางจดหมายน่าจะดีที่สุด เพราะถ้าโทรหาจอห์น จอห์นจะต้องว่าไปตามหลักการ process มันก็จะยาว พ่อดูท่าทางชอบตามชอบเช็คคุณอาอยู่แล้ว กลัวจะจับได้ก่อนไม่ได้เข้ามาในบ้าน แถมถ้าส่งมาเป็นจดหมาย จดหมายเป็นสิ่งที่แกะซองไม่ได้ และทุกคนเห็นซอง ยังไงคุณพ่อต้องอนุมานโดยไม่เปิดซองเพราะมั่นใจในฝีมือตัวเอง และหนูรู้ว่า วันที่พ่อสร้างหนูขึ้นมา in the course of biology เป็นครั้งแรกของคุณพ่อ เพราะแม่บอก และจากการอ่านบล็อก หนูก็คิดว่า ไม่น่าจะมีแฟนหรือความสัมพันธ์อีก ดังนั้นเป็นไปได้ว่าพ่อจะไม่เอะใจว่าเป็นลูกของตัวเอง คิดว่าเป็นลูกของอา เลยไม่ทันกันหนูออกไป
 
 
 
เชอร์ลีนยังเขียนบอกมาในจดหมายด้วยว่า การที่เป็นแบบนี้ ที่หนูนามสกุลพ้องกับคุณอาเพราะพระเจ้าทรงมีแผนการณ์ของพระองค์ให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน จอห์นนึกถึงตรงนี้ก็ไม่ได้อินแต่รู้สึกว่าเด็กยังใสมาก เขาก็นึกสงสารจับใจ

 
เชอร์ล็อก” จอห์นมองเชอร์ล็อกอย่างขอความเห็นใจ เรื่องที่เด็กขอมันยากจริงๆนี่นา แม้ว่าเด็กจะยืนยันว่าอ่านบล็อกของเขากับเชอร์ล็อกมานานด้วยความภูมิใจว่ามีคุณพ่อฉลาด แล้วบอกว่าแน่ใจว่าพ่อจะฟังคุณอาแน่ๆ แต่เขาไม่แน่ใจเลย  เชอร์ล็อกทำหน้าตาเฉยแล้วไปนั่งไขว่ห้างเต๊ะท่าบนโซฟา หยิบจดหมายมาอ่านอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ….
 
 
พ่อเลี้ยงก็ฆ่าเมียเก่าอย่างที่คิดนั่นแหละ” เชอร์ล็อกพูดขณะเก็บจดหมายลงไปในซอง มองซองแว่บหนึ่ง ก่อนพับใส่กระเป๋าเสื้อ ส่วนจะรู้ได้ยังไงว่าพ่อเลี้ยงฆ่าเมียเก่าก็เอาไว้ถามวันหลัง ก่อนเหลือบตามามองหน้าเด็ก

 
 “แต่..มาทางไหนไปทางนั้น ฉันไม่อยากมีภาระ” 
 
 
 
เชอร์ล็อกเหวี่ยงคำพูดนิ่งๆแต่แรงตรงไปยังเด็ก แล้วลุกขึ้นช้าๆโงนๆเงนๆไปหยิบกระเป๋าของเด็กจากมือแล้วลากไปโยนลงหน้าต่างไปหน้าตาเฉย เด็กก็ตกใจร้องวี้ดวิ่งไปดูกระเป๋าที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นถนนแล้วโดนรถที่ผ่านมาชนจนกระเด็นไปอยู่อีกฝั่ง จอห์นก็ห้ามไม่ทันไม่คิด แม้จะรู้ว่าไม่มีสมบัติผู้ดีมานานแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะใจไม้ไส้ระกำกับลูกตัวเองที่ไม่มีที่ไปต่อหน้าเพื่อนสนิทที่เชอร์ล็อกรู้แน่ว่ารับไม่ได้กับเรื่องนี้แน่ๆ ตอนนี้เด็กที่สะอื้นอยู่แล้วก็ร้องไห้หนักจนตัวงอ เอามือขยี้ตาไปมา หน้าตามันก็บ้องแบ๊วเหมือนสัตว์กินพืช ตาใสแจ๋ว เหมือนเชอร์ล็อกที่ไร้เล่ห์เหลี่ยม คิ้วก็ไม่ค่อยจะมี เหมือนใครเอาขนไม่กี่เส้นไปโรยไว้บนโหนกคิ้ว ด้วยโครงหน้าเช่นนี้แหละทำให้เวลาร้องไห้จะดูยู่ยี่น่าสงสารกว่าคนอื่นจอห์นเดือดปุดๆ ถึงแม้เขายังไม่รู้ว่าอะไรจริงไม่จริงยังไงดีเอ็นเอก็ยังไม่ได้ตรวจ แต่เชอร์ล็อกทำแบบนี้มันส่อว่าเชอร์ล็อกมั่นใจว่าเป็นลูกตัวเอง

 
 
จอห์นพาเด็กลงไปข้างล่าง ลากกระเป๋าสีม่วงวาววับ ด้ามจับประกายกลิทเทอร์อย่างทรนงองอาจไม่อายใครเพราะกำลังโมโหจัด แล้วพาเด็กไปไว้ที่ห้องตัวเอง เททุกอย่างลงบนเตียง เอาสิเชอร์ล็อก จะเอายังไงก็เอาแล้วหละวันนี้

 
 
เชอร์ล็อกเดินตามมาที่ห้อง เด็กหาที่ลงไม่เจอ เขาเลยบอกให้เด็กนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ของโต๊ะกระจก

 
 
ไม่รับใช่มะ” จอห์นเสียงสั่น เชอร์ล็อกหน้านิ่ง แถมหัวเราะหึออกมาอีกเบาๆทีนึงอีกต่างหาก เด็กเลยทนไม่ได้ลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้า ใส่กระเป๋า เม้มปากแน่นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ แต่มือก็เอามาป้ายน้ำตา เห็นซีนอารมณ์บีบเค้นแบบนี้มีหรือจอห์นจะทนไหว ประโยคที่เด็กเขียนว่า นี่คงเป็นแผนการณ์ของพระเจ้า ให้เราได้มาอยู่ร่วมกันมันใสเซเลอร์มูนทรมานใจจอห์นมาก คนเราจะเป็นยังไงเมื่อไม่มีใครต้องการ จอห์นทนไม่ได้ จับมือเด็กไว้ทั้งสองข้าง หนูอยู่ที่นี่” จอห์นมองเชอร์ลีนเข้าไปในตาเพื่อบอกให้เธอเชื่อมั่น ว่าไม่ต้องไปไหน

 
 
สงสารก็รับเองสิ ฉันไม่รับในเมื่อแม่เด็กไม่ได้มาติดต่อให้ฉันตรวจดีเอ็นเอฉันก็จะไม่รับอยู่แบบนี้แหละจะทำไม” เชอร์ล็อกทำหน้าไม่ใยดีก่อนหันหนี แต่จอห์นก็กระชากแขนไว้

 
 
ได้! ฉันรับเอง” จอห์นคิดว่าถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกเชอร์ล็อกจริงๆ เขาก็จะรับเป็นพ่อบุญธรรม แค่สี่ห้าปีเป็นพ่อมันจะตายมั้ย โตขนาดนี้ขอแค่ที่นอน ที่อยู่อาศัยต้องมาอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นม ป้อนข้าวโอ๊ตเมื่อไหร่ ทำไมเชอร์ล็อกทำตัวแบบนี้ เขาหละผิดหวังจริงๆ
 
 
 
ไปคุยกับแม่เด็กเองนะ ฉันไม่ไป” เชอร์ล็อกพูด