[Fic] Thorki(Thor/Loki) : เงา 2/1

posted on 15 May 2012 20:33 by concuben in Thorki directory Fiction, Entertainment

Author´s Note: นี่คือตอนที่ 4 จาก7 ของซีรี่ย์นะคะ สามตอนแรกอยู่ตรงลิงค์สามลิงค์นี้ข้างล่าง แต่ถ้าจะอ่านตอนห้าหกเจ็ด ก็ลงไปล่างสุดจะมีบอกไว้ ตามลิงค์ไปค่ะ

อันนี้คือตอนก่อนๆนะคะ ในซีรี่ชุดเดียวกัน เรื่องก็ต่อกัน 

http://concuben.exteen.com/20120502/fic-avengers-loki-s-pov-ep1

http://concuben.exteen.com/20120503/fic-avengers-thor-s-pov-ep2

http://concuben.exteen.com/20120512/fic-thorki-thor-loki-1

 

----------------------------------------------------------------------------------

                     

 

ธอร์เคาะประตูห้องน้องชาย แล้วหยุดยืนรอคำตอบอยู่อย่างนั้น หัวธอร์ยังชาไม่หาย เพราะเรื่องมันหนักหนาเกินสมองน้อยๆ หัวใจอ่อนๆจะประสานกันไหว เพราะขนาดเวลาไม่มีเรื่องก็โง่เป็นปกติอยู่แล้ว แต่เขาไม่ได้เคาะห้องโลกิเพราะความมึนเบลอ นั่นเป็นเพราะโลกิได้ย้ายนิวาสถานมายังห้องส่วนตัวเป็นการชั่วคราว เนื่องจากต้องรอสาส์นตอบรับจากโยธันไฮม์

 

 

แม้ว่าพ่อจะมอบสิทธิ์ขาดในการพิจารณาโทษโลกิแก่ธอร์ แต่ทางเลือกของธอร์จำกัดเหลือเกิน เพราะถ้าเขาปล่อยโลกิ ก็ไม่ต่างอะไรกับจับฮิตเล่อร์ได้แล้วปล่อยลอยนวลไปเตะตะกร้อเล่น …ข้อหาพยายามล้างเผ่าพันธุ์นี่มันหนักน้อยที่ไหน แม้เขาอยากจะช่วยโลกิ แต่มันก็เหลือวิสัยเสียแล้ว ที่ทำได้ตอนนี้ก็แค่ผ่อนหนักให้เป็นเบาเท่านั้น

 

 

จริงๆแล้วเขาหละอยากพาโลกิหนีไปอยู่กันสองคนให้พ้นหูพ้นตาประชาชี  ไปเริ่มต้นชีวิตกันใหม่ …ต่อให้ต้องกัดก้อนเกลือกิน หรือไปปลูก cabin in the farm เอิ่มมม … กระท่อมปลายนาอยู่กันเขาก็พร้อมสู้ ต่อให้โลกิจะนั่งเฉยๆ ตื่นสาย บ่ายเดินเล่น มือไม่พายเอาเท้าราน้ำแค่ไหนก็ได้ เขานี่แหละจะแบกข้าวสารหาเงินมาเลี้ยง ก็ทำไงได้ ทั้งหมดนี้เขาเองนั่นแหละผิด ไปทำมันน้อยใจจนมีปัญหา เขาจึงพร้อมจะจัดเต็มกับโลกิเสมอ  …แต่ทั้งหมดนี่เป็นไปไม่ได้ ก็เพราะเขาเป็นถึงรัชทายาท ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับจักรวาล ไม่ใช่แค่ชายคนนึงที่อยากดูแล ห่วงใยเธอเท่านั้นซะเมื่อไหร่ …

 

  

ที่เขาว่าสันดอนขุดได้ แต่สันดานขุดยาก ก็คงจะจริง แม้จะอยากเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรมยังไง แต่ธอร์ก็มีสัญชาติญาณเห็นแก่ตัวตามนิสัยทรราชย์เก่าที่ยังแก้ไม่หาย ดังนั้นเขาจึงอ้างการเป็น Bifrost Hero สั่งมหาดเล็กแต่งสาส์นไปบอกโยธันไฮม์ ว่าขออนุญาตไม่ลงโทษสูงสุดกับอาชญากรสงคราม เนื่องจากไหนๆเราก็ดีต่อกันแล้ว สงบศึกจะดีกว่า โลกินี่ก็เป็นเหมือนสะพานระหว่างเผ่าเราเหมือนกัน ดังนั้นเขาขออนุญาตลงโทษโลกิโดยการริบฤทธิ์ และเนรเทศไปมิดการ์ด

 

 

เขาต้องใช้คำนี้ทั้งที่เกลียดคำว่า Bifrost Hero ที่สื่อโยธันไฮม์ตั้งให้เหลือเกิน เพราะ ณ สะพานนั้นเขาได้สูญเสียน้องชายที่เขารักไป แม้วันนี้น้องชายกลับมาแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้ถามว่ามันรอดมาได้ไง ก็เห็นตำตาว่ามันตก แต่ด้วยมัวทะเลาะง้องอนกันซ้ำซาก แถมพอถามเข้า โลกิก็ลีลาไม่ยอมบอก จนธอร์สงสัยว่าจะให้ไปลุ้นเฉลยเอาซีซั่นหน้าหรือไงวะ???…น้องที่กลับมาดันไม่ใช่คนเดิม หนำซ้ำเขากำลังจะต้องเสียน้องชายไปรอบที่สอง แม้จะไม่ใช่จากตายก็เหอะ จากเป็นมันเจ็บคนละแบบ …แต่ก็เจ็บไม่แพ้กัน

 

 

ธอร์ไม่รู้จะอยู่ยังไง ถ้าไม่ได้ตาย แต่หัวใจกำลังจะโดนพรากจากอกไปเต้นที่อื่น

 

 

จริงๆแล้ววันนั้นเขาไม่ได้จะไปมิดการ์ดหรอก พอดีว่ามีคลาสรีแห็บโซนประเทศอังกฤษ มิดการ์ดมีชื่อเสียงเรื่องจิตแพทย์เพราะคนบ้าเยอะ แถมลอนดอนเป็นเมืองที่เหมาะเพราะอากาศมันช่างหม่นหมอง ดังนั้นกิจการรีแห็บคนซึมเศร้าจึงผุดเป็นเห็ดรา …ตอนไปรีแห็บ ใครถามว่าชื่ออะไรก็ตอบไปส่งๆว่าธอร์นั่นแหละ เพราะคิดไม่ทัน แล้วจะบอกว่าธอร์ฝันก็น่าเกลียด และไม่รู้เพราะอะไร เขาดันได้พบกับเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน แถมนั่งติดกันอีก และไอ้เพื่อนยากตัวเล็กที่เพิ่งพบกันนั้นชื่อว่า  หมอจอห์น วัทสัน อดีตแพทย์ทหารที่สูญเสียเพื่อนรักจากการตกจากที่สูงเหมือนกับเขาไม่มีผิด แต่เขาก็แอบสงสัยว่าเพื่อนหรืออะไรกันแน่ทำไมหมอแกจิตตกจนเกินแก้ไข เพราะมันตกในระดับเดียวกับเขานั่นแหละ  แหม ของเขาก็พูดยากนะ เพราะไอ้โลกิมันเป็นคนในครอบครัว แต่ถ้าแค่เพื่อนนี่เขาก็อดสงสัยไมได้ แต่ไม่กล้าถามว่าเพื่อนสนิทนี่สนิทกันแค่ไหน ผ่านอะไรด้วยกันมา หรือแม้กระทั่ง “เพื่อน” สะกดยังไง เพราะกลัวไอ้หมอจอห์นจะบอกว่าผอสระอัวเพื่อน

 

 

 วันนั้นเขากำลังจะไปอังกฤษ แต่พออยู่เหนือน่านฟ้าดันเห็นการโกลาหลแถวอเมริกาเลยแอบไปดูสักหน่อย ที่ไหนได้ นั่นมันน้องของเขาหนิ ผมเผ้าก็ยาวรุงรัง เขาดีใจจนคิดอะไรไม่ออก ณ วินาทีนั้น ต่อให้ผอสระอัวของจอห์นมันจะอ่านว่าเพื่อนก็ช่างเหอะ

 

 

แต่ตอนนี้ไอ้หมอนั่นคงงงงว่าธอร์หายไปไหน เอาเหอะหลังโลกิออกจากบ้าน เขาคงต้องกลับไปรีแห็บอีกรอบ เดี๋ยวก็คงได้เจอกันนะ จอห์น

 

 

แกคงสมใจแล้วสินะโลกิ  ต่อไปแกคงมีความสุขที่จะไม่ต้องเจอพี่อย่างฉันอีกแล้ว

 

 

ธอร์ถือวิสาสะเดินเข้าห้องน้อง เพราะโลกิคงเก๊กซึนอยู่ แต่…..แหนะ!!! ประตูไม่ล็อก จะสื่ออะไร??? ขอถือเป็นการเชื้อเชิญก็แล้ว วันนี้เขาอยากเคลียร์ใจกับโลกิ เผื่อว่าโลกิจะใจอ่อน แต่ไอ้หวังว่าโลกิจะรักเขาเหมือนที่เขาชินๆหละก็ไม่กล้าจะคิดแล้ว เพราะตั้งแต่ออกมาจากห้องเย็น มันก็ไม่ยอมปฏิสัมพันธ์ใดๆกับเขาทั้งสิ้น ขอแค่เผื่อโลกิจะเมตตา เช่นยอมให้ที่อยู่ติดต่อ กับบอกทางไปมิดการ์ดโดยไม่ใช้ไบฟรอสท์… และถ้าแจ็กพ็อต โลกิอาจยอมอยู่ในคอนโดที่เขาจะแอบซื้อไว้ให้ เผื่อวันไหนสบโอกาสจะได้แว่บไปหา โลกิเป็นคนมีสีสัน แถมยังตลกโปกฮา ไม่อยากจะคิดเลยว่า วันที่เขาจะได้แอบไปนอนค้างห้องโลกิ จะฮากันจนเรือนไหวขนาดไหน ……แต่อย่าเพิ่งฝันมากไปเลยดีกว่าเอาให้มันยอมพูดด้วยก่อน…เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที

 

 

พอปรายตามาเจอพี่ชาย โลกิก็รีบกระตุกร่างขึ้นนั่งตัวตรง  หันซ้ายหันขวา จะหนีไปไหนก็ไม่ได้ ก็ห้องมันก็มีอยู่แค่นั้น แถมธอร์ยังปรี่เข้าไปนั่งซะชิด ถอนหายใจทีนึง ยิ้มแล้วก็ก็ถอดที่ครอบปาก แล้วมือก็ดึงเอาหมอนเขาไปกอดเพราะไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางไว้ตรงไหน ธอร์ประหม่าเสียยิ่งกว่าขอเบอร์สาว นั่งเกร็งดวงตาวาววับด้วยน้ำตาที่แม้ยังไม่มา แต่ก็โทรมาคอนเฟิร์มเรียบร้อยแล้ว โลกิขยับตัวออกไปนิดหน่อย ก่อนจะเอาขาขึ้นมานั่งในท่าขัดสมาธิ มองไปทางอื่น ซึ่งธอร์คิดเข้าข้างตัวเองว่า ไม่อยากมองเขาเพราะกลัวจะใจอ่อนอย่างที่เขาอยากให้เป็น คำพูดธอร์มาจุกอยู่ที่คอหอยเตรียมพรั่งพรู แต่ไม่ทันจะเอ่ยโลกิก็ได้ชิงร่ายยาวออกมาสารพัดเช็ดครก น้อยอกน้อยใจ เคียดแค้นชิงจัง หมองหม่น ทรมาทรกรรม น้ำตาไหล น้ำลายกระเด็น ตรงประเด็นบ้างเวิ่นเว้อบ้าง จนมาถึงบอกว่าตัวเองเป็นต้นบอนไซ

 

 

 

อ้าว มึงบ้านิ่!!

 

 

ธอร์คงคิดแบบนั้นถ้าเป็นคนอื่น แต่คนอย่างโลกินั้นช่างจินตนาการ พอมีอารมณ์ไม่ว่ารัก ชอบ หอม เหม็น มันก็ต้องมีฟุ้งฝอยเป็นธรรมดา ธอร์ก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากทำใจว่างๆ จิ้นตามที่โลกิพูดเหมือนกับให้โลกิเข้ามาวาดรูปในจินตนาการแทนเขา เพราะเขาฟุ้งเองคงไม่ได้ขนาดนั้น และสรุปว่าโลกิพูดทุกอย่าง ทุกอย่างที่เขาไม่เคยรู้ ทุกอย่างที่เขาตีความผิด แล้วก็เริ่มที่จะเสียงเบาลง ยิ้มบางๆ เขารู้สึกว่าโลกิกำลังเริ่มปลง หรืออาจจะมีเศษเสี้ยวความรัก ความห่วงหาให้เขาบ้าง เลยพูดด้วยเสียงอ่อนโยนขึ้น แต่แววตาก็ยังคงโศกเหมือนเดิม อยู่ๆโลกิก็เงียบไป ในที่สุดก็หันมายิ้ม แล้วถามเขาว่าเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้พี่หละ สบายดีไหม ธอร์ก็แอบงงๆ ว่าทำไมน้องชายใจเย็นได้ขนาดนั้น อยู่ๆก็แค่บ่นแล้วคลายทิษฐิมานะเฉยๆได้ยังไง  เขาสิร้อนรน ร้อนรนจนลืมที่ธอร์ตั้งใจว่าจะพูดความในใจทั้งหมด เพื่ออ้อนวอนไม่ให้โลกิทิ้งเขาขาด  และก็ลืมไปแล้วว่า เอ็งไม่ต้องโดนสาปนะ เอ็งแค่โดนเนรเทศ….

 

 

 

ธอร์หัวเราะแหะๆ แล้วก็บอกความจริงสำคัญที่สุดกับน้องชาย โลกิกระชากสีหน้าจากปลงตก เป็นเหวอ ก่อนจะกลอกตาอย่างหน่ายๆ แถมทำท่าจะลุกหนี แต่ก็ทำไมได้ ซึนแตกไปแล้ว พล่ามออกไปหมดแล้วทำไงได้ บอกเขามาจนหมดเปลือก  ไม่ทราบเพราะนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง แต่ไอ้ความผิดพลาดนี่ทำให้ธอร์ได้ช่อง เพราะอย่างน้อยก็รู้แล้วว่าโลกิคิดอะไรอยู่

 

 

“โลกิ…ไหนๆพี่ก็รู้แล้วนะว่าแกคิด และรู้สึกยังไง….” ธอร์ยิ้มออกมา แถมถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความโล่ง…. ไม่รู้สิ แม้ว่าตัวโลกิกำลังจะไกล แต่ใจโลกิยังมีเขาอยู่อย่างน้อยก็ห้องสองห้องแน่ๆ “ก่อนจากกันพี่ขอเคลียร์ใจทีละประเด็นได้มั้ย”

 

 

โลกิเงียบไปสองสามวิก่อนตอบออกมาอย่างเสียไม่ได้ “ไล่แล้วไปมั้ยหละ” ธอร์ยิ้มก่อนจะเริ่มพูด ธอร์เปิดประเด็นวัดใจก่อนเลย เนื่องจากโลกิไม่ได้ถาม แต่เขาก็อึดอัดกับเรื่องนี้มานานแล้ว

 

 

“พี่รู้นานแล้วว่าแกไม่ใช่น้องแท้ๆ …..”  

 

 

“พี่เป็นพี่ ทำไมจะไม่รู้หละ แม่ไม่ท้อง ฉันจะออกมาจากไหน” โลกิเหวี่ยง ทั้งที่เขาไม่คิดว่าจะเหวี่ยงอีกต่อไปแล้ว แต่นั่นมันตอนคิดว่ากำลังจะโดนสาบให้