ฟิกนี่เป็นตอนต่อของ >>>>http://concuben.exteen.com/20120502/fic-avengers-loki-s-pov-ep1 ซีรี่เรื่องนี้ของเราจบแฮปปี้ค่ะ มี 7 ตอน ตอนนี้เป็นตอนที่ 2 อยากอ่านสามต่อก็อ่านจบแล้วจะมีลิงค์ไปต่อค่ะ

 

รำคาญเพลงก็ปิดข้างล่างเลยจ้า

 

 

 

โลกิโดนจับขังในห้องเย็น เนื่องจาก เป็นยักษ์น้ำเเข็งโดยเนื้อใน จะทรมานน้อยกว่าคนอื่น เเต่ก็หนาวใช้ได้เพราะผิวชั้นนอกเป็นเเอสกาเดี้ยน

 

 

‘เกลียดคนอ่าน’

 

 

 

ธอร์อ่านข้อความ บนพื้นน้ำแข็งในห้องเย็น ที่โลกิเขียนไว้ซะตัวใหญ่เท่าฝาบ้าน  แล้วนอนขดหลับอยู่มุมล่างขวาในห้องยังที่หนาวเย็น ยังกะลงลายเซ็นต์ ก็ไม่ปาน

 

 

 

รู้อีกนะว่าจะแอบมาดู ….

 

 

 

‘ยังจะกวนตีน หึๆ’  ธอร์หัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู ผสมหมั่นไส้ น่ารักจริงๆ…. ดีกันเมื่อไหร่ธอร์คงได้ขอถีบรับขวัญสักที

 

‘นี่อยากให้เกลียดหรือขำวะเนี่ย’ ขนาดโลกิบอกว่าเกลียดเขา และเอาแต่พูดว่าเขาไม่เคยรักโลกิ  แต่มันทำแบบนี้นี่มันต้องการอะไรกันแน่???? ธอร์งง แต่ช่างเหอะ

 

 

มันทำให้เขาอารมณ์ดีได้แล้วกัน

 

 

ธอร์ยืนมองน้องนอนหนาวอยู่ในห้องเย็น เขานึกไปถึงวันที่พาน้องชายกลับมาลงโทษ  นี่มันสามวันแล้ว หลังจากที่เขาสั่งทหารมัดมือน้องชาย  แน่นอนว่าต้องไม่ใช่โซ่ธรรมดา มันคือโซ่พิเศษที่แม้แต่โลกิก็ดิ้นไม่หลุด

 

 

“เอ้ย!”  ธอร์ตบบ่าน้องชายรัวๆเบาๆสองที โลกิสบตาแวบเดียวก่อนมองไปทางอื่น สีหน้ารำคาญๆ ตามประสาพวกท่ามาก จนธอร์คิดว่า ถ้าน้องหายอีโมเป็นผู้เป็นคนกับเขาเมื่อไหร่ จะให้ไปดูแลกรมเจ้าท่า …

 

 

 “อย่าร้องไห้ … น้ำแข็งมันจะเกาะ…เอ่อออ ตามเนี้ยอะ”   ธอร์ชี้ไปที่บริเวณตากับโหนกแก้มตัวเองแบบลวกๆ 

 

 

“จะไปชานเมือง เดี๋ยวเอาลูกไอ้นั่นอะ….เอ่ออ อะไรวะ??? ที่ชื่อคล้ายๆมะม่วงหาวมะนาวโห่อะ… อืมมม ช่างเหอะ เดี๋ยวโค่นมาฝากแล้วกัน…ธอร์จำชื่อไม่ได้จริงๆเพราะมันยาวมาก แต่ไอ้น้องด้วงนี่ก็ชอบกินเหลือเกิน ไม่เอามาฝากไม่ได้หรอก  โลกิเผลอหันมามองแวบหนึ่งก่อนธอร์จะทำตาโต งงงวยตามประสา แล้วคว้าหน้าเขาไว้ด้วยมือสองข้างๆเต็มๆ “เฮ่ยย” ธอร์แอบเห็นว่าตาน้องชื้นๆวาวๆวับๆ

 

‘อีกละ??¨ ธอร์คิด  “…เฮ้ยโทษทีนะ” ธอร์ทำหน้าจริงจังก่อนเอานิ้วโป้งปาดน้ำตาที่มีอยู่น้อยนิด ที่ถ้าเขาไม่สะเออะไปปาดรับรองไม่ทางเอ่อไปกว่านี้…แล้วมันก็ไหลลงมาอาบง่ามมือ “ เฮ่ย ไหลอะไรเยอะนักเนี่ย....” ธอร์เช็ดหน้าน้องไม่หยุด จนโลกิแทบจะดั้งแมบ จากนั้นก็เอาผ้ามาปิดจมูกโลกิ  แอสการ์เดียนตัวน้องเลิกคิ้วตกๆของตัวเองอย่างงงๆ

 

 

“สั่งออกมา เดี๋ยวหายใจไม่ออก …สั่งดิ! โลกินิ่ง…. “ เฮ้ยยย อากาศมันเย็น!…”  ธอร์ผลักหัวโลกิจนหัวโยก เนื่องจากลีลาไม่ยอมสั่งขี้มูก โลกิทำเฉยมองต่ำ ไม่แยแส  ธอร์รออยู่ประมาณสิบห้าวินาที จนเซ็งเอามือออก แต่นั่นมันอยู่ในจังหวะที่โลกิละพยศแล้วพรืดดดดดดดดดออกมาพอดี  ....

 

 

 

โลกิที่เพิ่งหน้าแหกมาหมาดๆ จากมิดการ์ด ต้องได้อายทหารอีกรอบ…อายคนอื่นหรือจะสู้อายบ่าวไพร่ตัวเอง ทั้งพี่ทั้งทหารหัวเราะกันทั้งที่ไม่อยากหัวเราะ …ธอร์เอาผ้าเช็ดเสื้อผ้าโลกิ เสร็จแล้วก็เอานิ้วถ่างตาดูคราบน้ำตา ว่ายังเหลืออีกมั้ย 

 

“เอ้า เฮ้ย! หลับตาๆ !” ธอร์พูดจาห้วนๆห้าวๆก็จริง แต่เขาพูดเบาๆ ด้วยโทนเสียงอ่อนโยน โลกิจำต้องหลับ เพราะผ้าพุ่งเข้ามา ธอร์เอาผ้ารีดน้ำตาจากแผงขนตาของโลกิ บีบแรงไปจนโลกิคิดว่า ลืมตามานี่จะเห็นตาอีกข้างหลุดติดมือพี่มันไปไหม…..

 

 

 

สิ่งที่ธอร์ทำ มันทำให้โลกิจอมพยศอ่อนยวบ แต่อย่างไรเสียต่อให้เขาไม่โดนปิดปากไว้ เขาก็ไม่มีทางพูดว่า พี่จ๋า ฉันรักพี่เป็นอันขาด เพราะถ้ามีโอกาสพูด สิ่งที่เขาอยากบอกธอร์จากใจจริงคือ …

 

 

 

พี่ครับ…. พี่เอาผ้าเช็ดขี้มูกมาเช็ดตาผมครับ …

 

 

“มาๆเดี๋ยวพี่เช็ดให้นะ เอาให้แห้งทั้งหน้าเลย” ธอร์เช็ดอย่างขะมักเขม้น หน้านิ่วคิ้วขมวดแววตาสงสารน้องอย่างถึงที่สุด น้ำตาธอร์ก็เอ่อเช่นกัน   “อย่าร้องๆ!”  โลกิจะทำหน้าเหยเกทำเตี่ยอะไรธอร์ก็ไม่ทราบได้ เขามัวคิดมากจนลืมไปว่าเขาเช็ดน้องด้วยผ้าผืนเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะตอนนี้คงต้องออกไปว่าราชการแล้ว เป็นว่าที่พระราชาจะมาพิรี้พิไรได้ไง

 

 

โลกิมันก็เป็นซะแบบนี้ จะเป็นพระราชาได้ไงหละ….

 

 

 

เขารีบดึงความคิดกลับไปอยู่ที่ท้องพระโรงแอสการ์ด  เขาคงต้องหยุดแอบดูน้อง และไปเฝ้าเสด็จพ่อสักที พ่อคงสงสัยแล้วว่า ทำไมกลับบ้านมาแล้วหายไปไหนก็ไม่รู้ ธอร์เองก็ไม่รู้จะมายืนหัวโด่อะไรอยู่ตรงนั้น เพราะไอ้น้องก็หลับอยู่ เขาจึงรีบสาวเท้าไปที่ห้องประชุมทันทีพร้อมกองทหารมหาดเล็ก

 

“พระบิดากำลังประชุมด่วนอยู่นะธอร์  ด่วนมากจนต้องลัดคิวเธอหนะ” เพื่อนสาวทักออกมา พร้อมด้วยเพื่อนอีกสามคน ก็ไม่รู้ทำไมพวกนี้นอกจากตื่นมาแต่งตัวและนั่งเม้าแล้วก็ซ้อมฟันดาบโชะๆเชะๆ ก็ไม่เห็นว่าจะทำอะไรมากมาย จนธอร์คิดว่าถ้าเช็กกล้องซีซีทีวีท้องพระโรงคงนึกว่ายามคิดไม่ซื่อ แอบตัดต่อวิดิโอ แล้วฉายวนสามวันตอนที่เขาไม่อยู่

 

“ไรวะธอร์ ไปเที่ยวมา ทำไมหน้าหงิกเป็นม้าหมากรุก ผู้หญิงที่นั่นดุเหรอ” frandal แซว ที่เหลือก็หัวเราะกันลั่น คล้ายบทแซวผู้ชายก้ามปูตามหนังจักรๆวงศ์ๆไวกิ้งทั่วไป …

 

จะมีอะไรไวต่อความรู้สึกไปกว่าผู้หญิง Sif จึงทักขึ้นมา

“ธอร์ ….คิดเรื่องโลกิอีกแล้วเหรอ”   

 

 

ธอร์ฉุน จนต้องหันไปมองหล่อนตรงๆ “รู้ว่าหมกมุ่น แล้วทำไมไม่ชวนคุยเรื่องอื่นวะ???” ธอร์ก็ไม่มีอารมณ์จะปกปิดเนื่องจากคิดดังเป็นปกติ

 

 

‘เบื่อจริงๆ ทำไมกุต้องอ่านง่าย???’

 

 

“เฮ้ยมันหงุดหงิดเว้ย อย่าไปพูดกับมัน …คนเงาหายก็เงี้ย”  Vonstagg แซวต่อ จนธอร์ฉุน ที่โลกิเป็นแบบนี้ เพราะเขาต้องอยู่เป็นเงา ไม่เคยเด่นดัง เป็นที่ยอมรับในนามของตัวอง ใครๆก็เรียกเขาว่าน้องของธอร์

 

“เฮ้ย อย่าพูด!!! ไม่ดิ !!!!คิดก็ห้ามคิดแล้วนะ ไอ้เรื่องเงาเนี่ย ถ้าโลกิมันได้ยินเข้า เรื่องยาวววววววววววววววววว” ธอร์ไม่ได้โกรธ เขาพูดตอบด้วยเสียงเหนื่อยๆ แต่ตอนนี้ทุกคนเงียบ เพราะบรรยากาศมันมาคุจนไม่รู้จะว่าไงแล้ว

 

“ไปนั่งคุยกันที่อื่นได้มั้ย ตอนนี้อยากอยู่คนเดียว” ธอร์รีบตัดปัญหาไม่งั้นเพื่อนก็คงไม่หยุดพูดให้เขาอารมณ์เสียไปกว่านี้ และเขาแน่ใจว่าเพื่อนๆต้องเข้าใจแน่ๆ

 

“เออ ไปก็ได้วะ เดี๋ยวหายหมกมุ่นเมื่อไหร่ก็เรียกได้เสมอนะ” Hogun พูดขึ้นมาก่อนเพื่อนสาวจะหันมายิ้มกับธอร์ “ถ้าต้องการพวกเราเมื่อไหร่ อารมณ์ไหนก็เรียกมาแล้วกันนะ” ธอร์ยิ้มตอบเนือยๆ

 

 

เขาจะเอาไงกับน้องชายดี พ่อบอกให้เขาเป็นคนจัดการทั้งหมดหลังสั่งขัง จากนั้นโลกิคือสิทธิ์ขาดของเขา ว่าจะขู่จะปลอบจะฟาดจะใส่พานโอ๋กันยังไง ก็แล้วแต่ธอร์ แต่นั่นแหละปัญหา เพราะตอนนี้ธอร์คิดอะไรไม่ออกเลย….

 

อย่าไปว่าใครเลย เขาเองนั่นแหละที่ผิด เขาเองแหละที่ชอบให้โลกิเป็นเงา เขาอยากอยู่ใกล้ๆโลกิเพราะว่าโลกิเต็มไปด้วยสีสันที่ทั้งฉูดฉาดและหม่นหมอง เขาไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกต่อโลกิยังไงให้ตัวเองฟัง รู้แค่ว่า ถ้าอารมณ์เสียกลับบ้านมา ไม่ว่าเพราะเรื่องอะไรในสามโลก เขาต้องพุ่งไปหาโลกิก่อน โดยไม่ต้องหาเหตุผล และไม่ต้องเล่าอะไรให้โลกิฟัง ไม่ใช่โลกิให้คำปรึกษาไม่ได้ แต่โลกิจะทำให้เขาอารมณ์ดีก่อนทางแก้จะมาทุกครั้ง ….เขาคงผิดจริงๆที่คิดเห็นแก่ตัวแบบนี้ แต่ทำไมโลกิต้องเจ็บขนาดนั้น

 

 

และถ้าโลกิไม่เจ็บขนาดนั้น เขาก็อยากจะขออนุญาตโลกิเจ็บใจมั่งได้มั้ย ที่รังเกียจที่จะเป็นเงาของเขา …

 

 

เจนซะอีกเจอกี่ทีก็โอเค เจนไม่ค่อยสนใจเขาเลย ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงกับเจน เพราะเจนรักอิสระ มีสิ่งที่รัก เต็มไปด้วยความมั่นใจ แม้ว่าจะเป็นมนุษย์ เป็นผู้หญิง แต่พลังในตัวเจนทำให้เขารู้สึกดีเวลาได้คุยกับเธอ และมากกว่าความชื่นชมในความงาม อย่างหญิงงามอื่นๆ เจนคือผู้หญิงที่เขายอมรับนับถือ ว่าเธอก็เจ๋งไม่แพ้ใคร

 

 

นี่ถ้าโลกิเป็นแบบเจนเขาคงจะสละราชสมบัติให้ถ้าต้องการ และต้องขอบคุณเจนที่ไม่ได้เป็นแบบโลกิ เพราะถ้าเจนเป็นแบบนั้น เขาคงหอบผ้าหอบผ่อนทิ้งราชสมบัติไปมีเมียมีลูกอยู่ที่มิดการ์ด เนื่องจากเธอคงขาดเขาไม่ได้ และเขาคงอยากดูแลเธอจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ และเสด็จพ่อคงช็อก …

 

ธอร์เริ่มงง เพราะคิดไปคิดมาทำไมดูเสียทั้งเมีย เสียทั้งน้อง แล้วทำไมมันดูผิดฝาผิดตัวไปหมด ….สมองเขาไม่ใคร่นิยมคิดทีละหลายประเด็น  สงสัยเขาต้องพักผ่อนซะบ้างแล้ว หลังไปลุยที่มิดการ์ดมา เจนก็ไม่เจอ แถมกลับมายังต้องคิดหาทางจัดการน้องตัวแสบอีก

 

 

เห้อออออ ธอร์ถอนหายใจยาวๆ มือก็เกาหน้าผากเบาๆ โดยไม่รู้ตัว เอางี้ เจนช่างเธอก่อน ขาดเขาเธอก็อยู่ได้  ส่วนไอ้น้องบ้านี่ ไม่เจอกันแว้บเดียวถึงกับไปทำให้นิวยอร์กเละเป็นมะม่วงกวน

 

 

‘ค่อยๆคิดธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า บุตรแห่งโอดิน พี่ไอ้โลกิ โอเคเอาประเด็นนี้ก่อน โลกิมันเป็นอะไรกันแน่’ ธอร์คุยกับตัวเองรอพ่อ ใช่สิ เขาใกล้บ้าเต็มทนแล้ว ….ไอ้สับสนมันไม่เท่าไหร่ แต่ร้อนใจนี่สิหนักหนา ก็ตอนน้องหายออกจากบ้านไปเหมือนเด็กใจแตก นี่ยังไม่นับอีกนะว่าจะแอบไปเสียตัวตามถ้ำมืดๆหรือเปล่า เพราะพวกมิดการ์ดชอบเล่าว่าเด็กอีโมชอบพึ่งเซ็กส์กับยาเสพติด …คือเขาก็ไม่ได้อยากจะว่าอะไรหรอก ของก็ของของมัน แถมฟงแฟนก็ไม่เคยมีกับเค้า ได้เฉาะใครสักทีก็คงดีไม่น้อยเผื่อจะหายเวิ่นเว้อ …. แต่เขาเห็นว่าไอ้เมืองถ้ำบ้าอะไรนั่นมองไปทางไหนก็มีแต่ตัวผู้ ไม่เห็นมีผู้หญิงซักกะตัว....กลับมาธอร์ เห้อออ ก็เขาหนะร้อนรน ตอนนั้นเขาก็คิดแค่ว่า ถ้ามันกลับบ้านเมื่อไหร่จะจับอาบน้ำ กินข้าว ห่มผ้า ตื่นมาก็พาไปเที่ยว

 

 

…แต่นี่ดันกลับมาต้องให้มันมานอนหนาว ….

 

‘ธอร์ กลับมาๆ...โอเคตรงนี้ก่อน’ เขาพยายามช่วยตัวเองคิด ‘ ….โลกิมันคิดว่าพ่อเห็นมันเห็นหมากใช่มั้ย ?? แล้วพ่อเห็นมันเป็นหมากหรือเป็นทูตหว่า?? แล้วทูตนี่มันต่างจากหมากตรงไหน??? เอ๊ยยยแต่มันก็คนละคำ???แต่ก็ดูหลอกๆไงไม่รู้???? แต่พ่อก็ดูรักมัน..???’

 

 

ธอร์โคตรงงหนักกว่าเก่า ไม่น่าลงลึกประเด็นเขาวงกตประจำสัปดาห์เลย …

 

 

ช่างเหอะ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าจุดประสงค์และความรู้สึกที่แท้จริงของท่านพ่อคืออะไร แต่ที่เขารู้แก่ใจคือ เขาไม่เคยเสแสร้งกับโลกิ และเขาอยากอยู่กับโลกิตลอดไป แม้ว่าจะในฐานะที่โลกิไม่ชอบเท่าไหร่ แต่เขาคิดว่า มันเพราะโลกิไม่เข้าใจมากกว่า ว่าเขาไมได้มีเจตนากดโลกิให้อยู่ในเงา

 

 

แต่เขาอยากปกป้องต่างหาก…

 

 

‘เออ เริ่มมาและๆ’  ถ้าได้จ้องตาเขาอยู่จะรู้ว่าตามีประกายแห่งการระลึกรู้ออกมาแว้บนึง อย่างน้อยธอร์ก็เริ่มรู้แล้ว ว่าไอ้สีสัน กับไอ้มุมหม่นในตัวโลกิที่ทำให้เขาอยากเข้าใกล